หมดเวรเวรกรรมแล้ว “ทนายเดชา” เปิดเหตุผล 3 ข้อโบกมือลา “คุณแม๊” หลังเห็นต่างคดี “แตงโม” ลั่นจากนี้ไม่ขอยุ่งเกี่ยว

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 26 พ.ค.2565 “ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์” ทนายความที่”คุณแม่ภนิดา” คุณแม่ของ “แตงโม ภัทรธิดา” มอบหมายให้ดูแลคดีการเสียชีวิตของลูกสาว เปิดใจถึงเรื่องนี้ผ่านรายการ โหนกระแส หลังประกาศถอนตัวจากการเป็นทนายความของแม๊ เพราะมีความเรื่องคดีไม่ตรงกัน โดย “ทนายเดชา” ระบุว่า “ตอนแรกมองไปในทิศทางเดียวกันตามพยานหลักฐานและการสอบถามทุกข้อประเด็นสงสัยมองว่าเกิดจากความประมาท ช่วงนั้นแม่เข้าใจหมด เพราะนั่งอยู่ด้วยกันหมด เหตุผลที่แม่ส่งโทรศัพท์ให้บังแจ็คมี 3 ข้อ คือ 1 เป็นสิทธิ์ส่วนบุคคลของคุณแม่ เสร็จสิ้นจากการเป็นพยานวัตถุ แม่ไปขอคืนจากพนักงานสอบสวน และดำเนินการต่อด้วยตัวเองเมื่อประมาณวันที่ 13 พ.ค.2565 ที่ผ่านมา ซึ่งโทรศัพท์มือถือพนักงานสอบสวนดูดข้อมูลหมดแล้ว ไม่มีประโยชน์ต่อการสอบสวนแล้ว ผมไม่เคยทราบว่าคุณแม่ส่งไปบังแจ็ค มาทราบหลังจากที่คุณแม่ให้สัมภาษณ์สื่อว่าโทรศัพท์แตงโมอยู่ที่ผม ผมรู้สึกแปลก ๆ เลยคุยกับคุณแม่ คุณแม่บอกว่าต้องการเอาตัวรอด ผมไม่ได้โกรธคุณแม่ แต่ทัวร์ลงหลังมีข่าว ผมรู้สึกไม่สบายใจที่ลูกความของผมพูดแบบนี้ เหมือนเป็นการโยนความผิดมาที่ผม จากนั้นผมโทรไปถามคุณแม่ คุณแม่ก็ยอมรับว่าส่งโทรศัพท์ไปให้บังแจ็คจริง ค่าส่ง 2000 กว่าบาท เพราะอยากจะให้บังแจ็คช่วยกู้ข้อมูลการฆาตกรรม ผมเลยขออนุญาตคุณแม่แถลง ตลอดทั้งวันก็คุยไลน์กับคุณแม่ตลอดว่าตอนนี้คุณแม่มีที่ปรึกษาเยอะ ทั้งบังแจ็คเอ้ย ส.ส.เอย หลายคน ผมจะถอนตัวดีไหม คุณแม่บอกให้ผมทำคดีจนถึงชั้นอัยการ แต่ผมขอถอนตัวเอง เพราะ ส.ส.เต้ กับพวกไปแนะนำคุณแม่ให้ฟ้องคดีฆาตกรรม แต่ผมไม่เห็นด้วย เลยขอถอนตัว เพราะแม่เชื่อคนอื่น เชื่อบังแจ็ค ความคิดเห็นต่างกัน ผมก็เลยขออนุญาตกราบลาคุณแม่ กราบลาพระมารดา”


เหตุผลข้อที่ 2 คือ โทรศัพท์แตงโมที่ส่งไปให้บังแจ็คที่อมริกา บังแจ็คยอมรับแล้วว่าเป็นคนปล่อยภาพลับของแตงโม ซึ่งผิดกฏหมาย เพราะคนที่โดนปล่อยเขาไม่ยินยอม เขาบอกว่าต้องการทำเพื่อช่วยเหลือแม่ ถ้าโทรศัพท์เครื่องนั้นบอกอะไรได้จริง ทำไมแม่ไม่ส่งให้อัจฉริยะหรือคุณหญิงหมอพรทิพย์ เพราะเขาก็ต้องการหลักฐานเหมือนกัน คุณแม่เลือกไปส่งให้บังแจ็คทำไม และเหตุผลข้อที่ 3 คือคุณแม่ไม่พอใจทนายตั้ม ษิทรา เพราะทนายตั้มโพสต์ต่อล้อต่อเถียงแลวิพากษ์วิจารณ์คุณแม่ คุณแม่โกรธ และบอกผมมาหลายครั้งแล้วว่าให้ผมโทรไปบอกทนายตั้มโทรมาขอโทษคุณแม่ ถ้าไม่ขอโทษคุณแม่จะดำเนินคดีกับทนายตั้ม แต่ตั้มบอกว่าไม่โทร ผมก็ดำเนินคดีกับทนายตั้มไม่ได้เพราะเป็นเพื่อนกัน เพิ่งจะเคลียร์ใจกันได้ไม่นาน ให้แม่ไปหาทนายคนอื่น

จากนั้นทีมงานได้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์คุยกับ “ทนายตั้ม” ถึงเรื่องนี้ ซึ่ง “ทนายตั้ม” เผยว่า “ตกใจและน้ำตาไหลที่อยู่ ๆ คุณแม่จะฟ้องผม ก่อนอื่นต้องขอบคุณทนายเดชาที่มองว่าผมเป็นเพื่อน ขอชี้แจงว่าไม่มีข้อความไหนที่ผมโพสต์เข้าข่ายหมิ่นประมาทคุณแม่ เป็นการวิจารณ์โดนสุจริต คนจะฟ้องผมได้คือบังแจ็คที่ผมใช้ถ้อยคำว่าเขาคือมิจฉาชีพ ถ้าเขาจะฟ้องผมก็พร้อมสู้คดี สิ่งที่คุณแม่ทำ ผมแอบผิดหวังมาหลายครั้ง ถ้าคุณแม่ลุกขึ้นมาเรียกร้องความยุติธรรมกับน้องตั้งแต่ เชื่อความคิดเห็นและความช่วยเหลือประชาชนบ้าง ก็คงไม่เป็นแบบนี้ ส่วนที่คุณวิจารณ์ว่าคุณแม่เป็นคุณแม่แบบไหน อันนี้คุณแม่ลองต้องย้อนกลับมาดูว่ามีพฤติกรรมอะไรที่ทำให้คนมองว่าเราเป็นคุณแม่ที่ไม่น่ารักหรือเปล่า ถ้าปรับปรุงตัวก็เชื่อว่าคนจะยืนข้างคุณแม่ คุณแม่เคยให้คนโทรหาผมตอนที่ผมอยู่ฝรั่งเศสว่าไม่พอใจตำรวจ มองว่าไม่ใช่ประมาทเหมือนที่ตำรวจพูด แต่เป็นการฆาตกรรม ตอนนี้ทนายเดชาพ้นทุกข์พ้นโศกแล้ว ผมเข้าใจอาจารย์ดี เป็นกำลังใจให้เสมอครับ”

ก่อนที่ “ทนายเดชา” จะเผยต่อว่า “ที่ผ่านมาผมโดนวิจารณ์เสีย ๆ หายตลอด ไม่อยากใช้คำว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม ไม่เคยเสียใจกับสิ่งที่ทำในชีวิต ย้อนเวลากลับไปก็จะทำ ไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ ทุกอย่างมีราคา ขออนุญาตขอโทษ ทัวร์ไปลงที่อื่น นับแต่วันนี้เป็นต้นไปไม่พูด ไม่ยุ่งเกี่ยวคดีแตงโมแล้ว ตั้งแต่เป็นทนายทำคดีมา 36 ปี ไม่เคยเจอลูกความแบบพระมารดาแบบนี้ ยืนยันว่าแม่ไม่ได้ปลด ผมยังเป็นทนายแม่จนถึงขั้นตอนส่งฟ้องอัยการ”.-ไนน์เอ็นเตอร์เทน

เข้าชม 601 ครั้ง


ดูข่าวเพิ่มเติม