ล้วงความรักสาวฮอต”ก้อย อรัชพร” กับหัวใจที่รอคอยความรักดีดี

ขึ้นแท่นสาวฮอตเจ้าเสน่ห์ในเวลานี้ สำหรับนักแสดงสาวมากความสามารถ “ก้อย อรัชพร โภคินภากร” ที่ตกเป็นข่าวกับหนุ่มๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งพระเอกรูปหล่อ “พอร์ช ศรัณย์” นักร้องเจ้าคารม “โอ๊ต ปราโมทย์” จนทำให้สาวก้อยกลายเป็นที่จับตามองว่า หนุ่มแบบไหนที่จะพิชิตใจสาวคนนี้ไปครอง วันนี้หนูเผือกสบโอกาส ขอจับเข่าเมาท์มอยกับสาวก้อยกันซะหน่อย

เรียกว่าตอนนี้ขึ้นแท่นเป็นสาวฮอตร้อนแรง ?
“ฮอต อ่ะ ร้อน แม่พ่อหนูเนี่ยร้อน ไม่ขนาดนั้น (หัวเราะ) ย้อนกลับไปตอนที่มีข่าวกับพี่พอร์ช หนูงงมากกว่า เพราะว่าหนูกับพี่พอร์ชไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวเลย และไม่เคยมีโอกาสร่วมงานกันด้วย หนูเคยเห็นพี่เขาแค่ในทีวี ในส่วนของพี่โอ๊ต หนูก็รู้สึกดี เพราะการที่มีคนชื่นชอบเรา เราก็ต้องรู้สึก และพี่เขาก็เป็นคนเก่ง และก็ไนซ์ แล้วหนูก็ชื่นชมผลงานเพลงของเขาอยู่แล้ว”

เป็นข่าวกับ 2 หนุ่ม “พอร์ช-โอ๊ต” ทำให้มีประโยคติดตัวที่แฟนๆ มอบให้คือ “ก้อยหนีไป” ?
“หนูก็เห็น (หัวเราะ) เอาจริงๆ หนูก็ขอบคุณที่ทุกคนเป็นห่วงหนู แต่เอาจริงๆ หนูก็ไม่รู้ว่าหนูจะหนีไปไหน แต่อย่างที่บอกว่าทุกคนมีข้อดีข้อเสียของตัวเอง สมมติสุดท้ายเขาดันมาชอบหนูจริงๆ หรือเขาชอบใครสักคน หนูว่าคนเรามันก็ต้องคุยกัน ทุกคนก็มีข้อดีของตัวเอง หนูเป็นเขาก็คงรู้สึกไม่ดี ถ้ามีคนคอมเมนต์ให้เขาหนีไปจากหนู หนูขอบคุณที่ทุกคนเป็นห่วงหนู แต่หนูยังไม่ได้จะเป็นคนพิชิตผู้ชายที่คนมองว่าอาจจะเจ้าชู้ หรืออาจดูไม่น่ารักในสายตาใครนะ หนูไม่พิชิต (ยิ้ม) คือมีคนมาเป็นห่วงหนูก็ดีใจ แล้วพี่ทั้งสองคน อย่างพี่พอร์ชเขาก็ไม่ได้จีบ ส่วนพี่โอ๊ตก็อย่างที่เห็นว่าเพื่อนเขาแกล้ง แต่ตัวพี่โอ๊ตเขาไม่ได้มาอะไรกับหนูขนาดนั้นจริงๆ เขาแกล้งแต่ในรายการ แต่ตัวจริงเขาม่ายยยยยย พี่เขาก็มีมาบอกว่าเขาเล่นเยอะ กลัวเราจะรู้สึกอึดอัดหรือเปล่า หนูก็บอกเขาไปเลยว่าหนูชิลมาก”

กลัวไหมผู้ชายสไตล์แบบสองคนนี้ ?
“ไม่กลัวนะ กลัวแม่อย่างเดียว (หัวเราะ) แม่ไม่ได้ว่าอะไร แม่ก็จะถามว่าทำไมลูกมีข่าวอีกแล้ว และหนูเองสนิทกับคุณยายมาก ยายนั่งดูข่าว เขาก็จะงงๆ ที่เรามีข่าว แต่ส่วนตัวหนูชิลมากเลย จริงๆ ส่วนตัวหนูไม่ได้เป็นสาวมั่นใจอะไรขนาดนั้น แต่แค่ว่าถ้าหนูคิดมาดีแล้ว หนูก็จะทำมันอย่างเต็มที่มากกว่า แต่เรื่องว่าชีวิตฉัน ฉันมั่นใจไม่มีอะไรมาสั่นคลอนได้ คือหนูไม่ใช่คนแบบนั้น ถามว่าลุคส์หนูทำให้หนุ่มๆ แบบพี่เขาสองคนอยากมาท้าทาย หนูอยากบอกว่า อย่ามาท้าทาย หนูเยอะเลยพี่ ชีวิตหนูมีอะไรให้ท้าทายอีกเยอะ การงานหนูก็ท้าทายอยู่แล้ว ไม่ต้องท้าทายหนูเยอะ แต่ว่าเอาจริงใครชอบหนูก็ขอบคุณค่ะ ดีใจที่คนชื่นชอบเรา ก็ดีกว่ามีคนเกลียดหนูไหม (ยิ้ม)”

ตอนนี้สถานะเราโสดไหม ?
“โสดค่ะ”

หลายคนมองว่าหนุ่มแบบนี้จะชนะใจสาวอย่างก้อยไหม ?
“ไม่รู้… หนูแค่รู้สึกว่า ปล่อยทุกอย่างเป็นธรรมชาติ สุดท้ายถ้าแบบว่า อันนี้คือไม่เกี่ยวกับพี่ทั้งสองคนเลยนะ คนที่เข้ามาในชีวิตหนู สุดท้ายก็ต้องคุยกัน กว่าจะพัฒนาไปเป็นนั่นเป็นนี่ ต้องใช้เวลาคุยมากๆ เลย”

ตอนนี้มีคนเข้ามาคุยไหม ?
“เป็นคำถามที่ทำให้เครื่องช็อตไปเลย (หัวเราะ) มีคนเข้ามาคุยบ้าง ปกติ คือโดยปกติหนูเป็นคนที่ไม่ได้ว่างมาคุยหลายคนอะไรแบบนี้ คือถ้าเราคิดจะคุยกับใครสักคน เราก็ค่อยๆ คุยไปทีละคน ถามว่ามีเข้ามาไหมที่เราสนใจ มันก็มี ถามว่าในตอนนี้ฉันจะมีแฟนไหม ขอบอกว่ายัง ต้องดูกันอีกยาวๆ เพราะมันไม่ได้ถูกดีไซด์มาว่าเป็นแบบนั้นแบบนี้ ต้องคุยกับหนูรู้เรื่อง (หัวเราะ) หนูอยู่ด้วยจะต้องมีความสุข เพราะว่าตัวหนูทำงานหนักมาก เขาต้องเข้าใจหนูว่าหนูทำงานทุกวัน หนูคิดว่าผู้ชายที่ทำงานเหมือนกันนี่แหละที่จะเข้าใจหนู”

ถ้าอย่างนี้ต้องเป็นคนในวงการไหม ?
“อาจจะไม่จำเป็น แต่หมายถึงว่าการที่เขาทำงานสายเดียวกับเรา อาจจะเป็นเบื้องหน้า หรือเบื้องหลัง อาจจะทำให้เข้าใจเราได้ง่าย หนูเคยมีโอกาสลองคุยกับคนที่ไม่ได้ทำงานทางเดียวกับหนูเลย หนูก็เห็นว่าเขาอาจจะปวดหัว เขาอาจจะต้องการเวลา มันเลยอาจจะคลิกกันยากหน่อย”

คนที่คุยอยู่ตอนนี้ก็อยู่ในแวดวงนี้ ?
“ไม่ถึง … ไม่อยากพูดอะไรเลย (หัวเราะ) เอาเป็นว่าหนูรู้สึกว่ามันยังไม่ได้ใกล้กับคำว่าจะเป็นแฟน หรืออะไรที่มันจะจริงจังเลยขอไม่พูดดีกว่า”

หรือเพราะว่าความรักครั้งที่แล้ว มันดูดีมากจนหลายคนคิดว่ามันน่าจะถึงเส้นชัย ?
“หนูก็คิดค่ะ เอาจริงๆ หนูก็รู้สึกว่าคบนาน 7 ปี แฟนคนก่อนหนูก็คบนานอยู่แล้ว แต่มันก็พิสูจน์ว่าของแบบนี้ไม่มีอะไรแน่นอน วันหนึ่งมันเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้น ทำให้ตัวเราก็เปลี่ยนไป ตัวเขาก็เปลี่ยนไป ซึ่งหนูก็ไม่ได้รู้สึกว่าการตัดสินใจนั้นมันเป็นความผิดพลาดหรืออะไรเลย มันผ่านการคิดมาหมดแล้ว และทุกวันนี้ก็ยังเป็นเพื่อนกัน”

เพราะความรักครั้งก่อน ทำให้เราคิดมากขึ้นกับความรักใหม่ ?
“หนูว่าไม่ได้ถึงขนาดคิดมากว่าคนไหน แต่ว่าหนูไม่รีบ แล้วหนูรู้สึกว่าพอโตขึ้นมาแล้ว มันไม่ได้เป็นความรักในวัยเด็กแล้ว มันแค่ว่าคนๆ นี้เข้าใจเรา อยู่กับเรา แล้วเราอยู่กับเขาแล้วเรามีความสุข แล้วมันพากันไปได้ดี หนูคบกับใครคุยกับใครก็ต้องพากันไปได้ดี ถ้าอย่างนั้นมันก็โอเค”

ด้วยภาพของก้อย ผู้ชายที่เขามาอาจจะทำให้เขารู้สึกเราเข้าถึงง่ายหรือเปล่า ?
“คนที่จะคบกับหนูได้ เขาต้องเข้าใจว่าหนูทำงานอะไร หนูเป็นแบบไหน หนูว่าอันนั้นมันเป็นพื้นฐานที่เขาน่าจะเห็นหนูมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว หนูเฮฮาปาจิงโกะ มีเพื่อนเยอะ แล้วหนูเป็นคนมีเพื่อนผู้ชายเยอะประมาณหนึ่ง หนูรู้สึกว่าสิ่งสำคัญเลยที่จะคบกันมันก็ต้องเชื่อใจ แล้วถ้าเขามองหนูแย่ หรือมองด้วยความรู้สึกไม่ดี เพราะฉะนั้นคนนี้ก็ไม่น่าจะเป็นคนที่คุยกับเรารู้เรื่อง”

นิสัยตัวตนของก้อยเป็นยังไง ?
“หนูมีหลายคนจังเลย (ยิ้ม) ถ้าเวลาอยู่กับเพื่อนก็เฮฮานะ แต่หนูว่าหนูมีความบ้างานประมาณหนึ่ง หมายถึงว่าถ้าหนูอยู่นานๆ จะรู้สึกว่าทำไมหนูถึงว่าง พลังงานเยอะ แต่ถ้าหนูอยู่กับคนที่หนูสบายใจ หรือแบบว่าแฟนๆ หนูก็ไม่ใช่พลังงานที่เยอะมากมายขนาดนั้น อยู่กับแฟนก็เฮฮาเล่นมุขโบ๊ะบ๊ะได้ แต่อาจจะไม่ได้ใช้พลังงานเยอะมาก เพราะว่ารู้สึกเหนื่อย เวลาอยู่กับแฟน หนูรู้สึกว่าที่นั่นต้องเป็นที่ๆ ให้หนูพักได้ด้วย ไม่ต้องพูดอะไรมากมาย เข้าใจเรา”

เป็นคนขี้อ้อนไหมเวลาอยู่กับแฟน ?
“อ๋อย… ก็จะต่างจากข้างนอกนิดหนึ่ง ก็จะรู้สึกว่าตัวจะเหลวๆ หน่อย เพราะหนูรู้สึกว่าเวลาหนูอยู่ข้างนอกหนูตัวใหญ่ ถ้าผู้ชายที่คุยกับหนูได้ แล้วหนูชอบเขา หนูจะตัวเล็ก หนูรู้สึกว่าจะตัวใหญ่ไปทำไม คนๆ นี้ต้องเป็นคนที่เราอ่อนแอได้ เพราะอยู่ข้างนอก หนูรู้สึกว่าหนูมีภาระ มีอะไรที่ต้องรับผิดชอบเยอะ แต่หนูรู้สึกว่าถ้าหนูอยู่กับคนที่หนูเลือกแล้ว ซึ่งตอนนี้ยังไม่มี (ยิ้ม) แต่คือหนูไม่ได้ต้องการคนที่ต้องมาปกป้องหนูนะ แค่ต้องเข้าใจเราว่า ถ้าเราเหนื่อยก็ต้องพิงเขาได้ พิงในที่นี้ไม่ได้หมายถึงว่าเขาต้องมาให้อะไรเรานะ แค่อยู่แล้วสบายใจ เหมือนบรู๊ทพลังงานได้”

ก้อยบอกว่าตัวเองเป็นคนบ้างาน แล้วแบ่งเวลายังไง ทั้งงาน ทั้งชีวิตส่วนตัว ทั้งความรัก ?
“หนูว่าช่วงก่อนหน้านี้หนูแบ่งเวลาไม่ค่อยดี จริงๆ มันส่งผลต่อความสัมพันธ์ของหนูด้วยประมาณหนึ่งก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้หนูโอเคขึ้นนะ หนูชัดเจนขึ้นว่ากับสิ่งนี้หนูจะทำในเวลาเท่านี้ เกินเนี่ยไม่!! หนูต้องจัดการเวลา แต่ก่อนหนูจัดการเวลาไม่ดี ทำให้ตอนนี้หนูคิดมากขึ้น ถ้าหนูจะมีใครสักคน เพราะว่าช่วงก่อนหน้านั้นคือโหดมาก หนูว่าแฟนเก่าหนูเก่งมากเลย (หัวเราะ) ที่ทนแบบนั้นได้ แต่อย่างที่บอกว่าแฟนเก่าหนู เขาก็เป็นคนชิลๆ แต่ถ้าหนูคิดจะมีใครเข้ามา เราก็ต้องให้สัมพันธ์กับสิ่งนี้ด้วย เพราะฉะนั้นทำให้เราต้องคิดมากขึ้น”

การแบ่งความสำคัญในชีวิตของก้อย แบ่งยังไง ?
“งานใหญ่สุดเลย ทุกวันนี้หายใจเป็นงานเลย 60-65 เลยมั้ง เกินครึ่ง แล้วครอบครัวคือพ่อแม่ซัพพอร์ตงานเราอยู่แล้ว เราก็เจอบ้าง ความรักน้อยสุด อยู่ท้ายสุดเลย ถามว่ามีงานไม่มีความรักก็อยู่ได้ใช่ไหม เราคิดแบบนั้น แต่หนูก็ได้เรียนรู้ว่า ถ้ามีความรักหนูจะมีพลัง หนูว่าการมีความรักเป็นเรื่องที่ดีนะคะ ไม่ใช่ว่าชีวิตฉันไม่ได้ต้องการใครแล้ว ฉันจะอยู่ตัวคนเดียว หนูรู้สึกว่าถ้าถามว่าหนูอยู่ได้ไหม หนูคิดว่าทุกคนแหละอยู่ได้ถ้าเราโฟกัสกับอะไรบางอย่าง กับการที่เรามีความรัก หรืออะไรที่ทำให้เรากระชุ่มกระชวยหัวใจ มันก็เป็นสิ่งที่ดีนะ มันเหมือนถ้าชีวิตทำแต่งาน หนูรู้สึกว่าชีวิตไม่สนุกเลย แต่ไม่อยากใช้คำว่าอยากมีเลย เอาเป็นว่ามีแล้วดี เพราะความรักเป็นสิ่งที่ดี (ยิ้ม) ถ้าเรามีโอกาสวนมาเจอคนดีๆ ความรักดีๆ มันก็เป็นเรื่องดี (ยิ้ม)”

หนุ่มคนไหน ที่อยากเป็นความรักดีดีของสาวก้อย ต่อคิวกรอกใบสมัครกันได้เลย.-ไนน์เอ็นเตอร์เทน

ข่าวแนะนำ