เข็ม รุจิรา กลัวจับใจหลังเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ ลั่น! ไม่เมา ขับไม่เร็ว แต่ชนแรง ทำรถพัง – เจ็บตัว – การเงินชะงัก

ทำเอาหลายคนเป็นห่วงหนักมาก หลังนักแสดงมากฝีมือ เข็ม ลภัสรดา หรือ เข็ม รุจิรา ประสบอุบัติเหตุขับรถชนยนต์ส่วนตัวพุ่งชนท้ายรถคันหน้า ทำให้รถคันข้างหน้าชนรถคันที่อยู่ด้านหน้าต่อเนื่องไปอีก 2 คัน กลายเป็นอุบัติเหตุรถชนกัน 4 คันรวด เหตุเกิดบน ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม ช่วงขาเข้า ก่อนจะถึงซอยโยธินพัฒนา เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 20 ม.ค.68 ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้รถของนักแสดงคนดังและคู่กรณีเสียหายหนัก รวมถึงสภาพร่างกายของเข็มก็เจ็บหนักจนต้องเข้ารับการรักษาโรงพยาบาลทันทีหลังเกิดเหตุ


ล่าสุด เข็ม เปิดใจกับไนน์เอ็นเตอร์เทนว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงตี 5 ของวันที่ 20 ม.ค.68 เหตุการณ์เกิดขึ้นตรงถนนเลียบด่วน ตอนนั้นตนเองกำลังขับรถขึ้นสะพานด้วยความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. แต่จังหวะที่ลงสะพาน รถของตนพุ่งชนรถคันข้างหน้า ยอมรับว่ามองไม่เห็นและระยะสะพานก็สั้นทำให้รถคันข้างหน้าชนรถคันข้างหน้าที่กำลังติดชะงักอยู่ตรงนั้นต่อเนื่องไปอีก 2 คัน ตอนนั้นถือว่าชนแรงเพราะแอร์แบกหรือถุงลมนิรภัยในรถของตนทำงานถึง 7 ตัว ยืนยันว่าขณะที่ขับรถไม่ได้มีอาการมึนเมา มีสติครบถ้วน หลังจากที่เกิดเหตุตนได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทกของถุงลมนิรภัย กระดูกอ่อนซี่โครงอักเสบ ไปโรงพยาบาลตรวจเลือด ไม่มีค่าของแอลกอฮอล์ในเลือด ไปขอดูได้เลย ถ้าตนเมาประกันรถของตนคงไม่คุ้มครอง และคู่กรณีคงไม่ยอมความได้ง่ายขนาดนี้ หลังเกิดเหตุตนได้ขอโทษและรับผิดชอบคู่กรณีอย่างเต็มที่ มูลค่าความเสียหายอยู่ที่ 6-7 แสนบาท

นางเอกคนดังยอมรับว่าหลังผ่านนาทีชีวิต สภาพจิตใจเต็มไปด้วยความกลัว ขับรถด้วยความระแวงนานถึง 2 สัปดาห์ ส่วนร่างกายกระดูกอ่อนซี่โครงอักเสบ โชคดีที่ซีโครงไม่หัก แต่ก็ต้องทานยาถึง 6 ตัวเลย ส่งผลกระทบต่อการทำงาน เพราะมีอาการปวด ซึ่งหมอบอกให้พักทำงาน แต่ตนพักไม่ได้เพราะต้องถ่ายละคร ทำให้อาการปวดหายช้า แต่มาถึงวันนี้หายดี 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว ขอบคุณทุกความห่วงใย เข็มบอกถือว่าเป็นการฟาดเคราะห์รับต้นปี แต่ก็ทำเอาการเงินชะงัก เพราะต้องซื้อรถคันใหม่ และยังต้องผ่อนรถคันเก่าที่พังต่อด้วย ทำเอาโครงการที่กำลังจะเก็บเงินซื้อที่ดินต้องพักไว้ก่อน ตอนนี้จึงต้องเร่งหาเงินเพื่อมาสานต่อให้ได้ ผู้จัดละครคนที่ไหนที่สนใจนางร้าย สามารถติดต่อมาได้เลย พร้อมรับงานละคร หากคิวไม่ชนกัน.-ไนน์เอ็นเตอร์เทน


ขอบคุณภาพ khemm___

เข้าชม 312 ครั้ง


ดูข่าวเพิ่มเติม