“อัจฉริยะ” หอบคลิป-ภาพสเก็ต แจ้งกองปราบดำเนินคดี “แซน” ให้การเท็จ คดี “แตงโม” ไม่หวั่นถูกฟ้องกลับ มั่นใจในหลักฐานที่มี

เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 1 เม.ย.2565 “นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์” ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมด้วย”นายวิวัฒน์ เจริญพาณิชย์ศิริ” รองหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เเละ “นายวัชรไกรศร เกตุจรัส” ผู้เชี่ยวชาญด้านสเก็ตภาพ นำหลักฐานเป็นคลิปจากกล้องวงจรปิด หน้าบริษัท พูลพิพัฒน์ จำกัด พร้อมภาพสเก็ต ตอนช่วงเวลา 22.32 น. – 22.37 น. มอบให้ “พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน” ผู้บังคับการกองปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ “แซน วิศาพัช มโนทัยรัตน์” ในข้อหาให้การเท็จ และข้อหาอื่น ๆ ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง


“นายอัจฉริยะ” เปิดเผยว่า หลักฐานชิ้นนี้เป็นหลักฐานคลิปกล้องวงจรปิดจากโกดังสินค้าเอกชนที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เคยไปขอมาได้ แต่ตอนนั้นคลิปนี้ไม่ได้เป็นที่สนใจ ซึ่งเมื่อตนนำมาให้ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์เรื่องแสงและเงา ก็พบว่าคลิปนี้เป็นหลักฐานชัดเจนว่า “แซน วิศาพัช” ให้การเท็จ เพราะไม่ปรากฎว่า”แซน”นั่งอยู่ที่ท้ายเรือในช่วงเวลาที่คาดว่าเป็นตอนที่ “แตงโม ภัทรธิดา” ตกเรือไป ตามที่แซนให้การว่านั่งท้ายเรือนอนหงายเล่นมือถือ แล้วแตงโมเดินมาปัสสาวะและจับขาตนเองโดยในคลิปดังกล่าว ตนได้นำมาให้ผู้เชี่ยวชาญปรับแสงและเงา ดูประกอบกับโครงสร้างเรือ คือส่วนของหลังคาเป็นหลัก ทำให้เห็นว่าในช่วงเวลา 22.32 เป็นต้นไป ที่เรือวิ่งผ่านจุดนี้และใกล้เคียงกับช่วงเวลาที่แตงโมตกเรือ ไม่ปรากฎว่ามีเงาคนนั่งอยู่ที่เบาะท้ายเรือแต่อย่างใด โดยผู้เชี่ยวชาญได้ดูเงาและวัดสเกลจากหลังคาเรือ เนื่องจากส่วนของหลังคาไปไม่ถึงเบาะท้ายเรือ แต่ปรากฎเงาว่ามีคนนั่งอยู่ที่เบาะด้านข้างเรือฝั่งซ้าย ซึ่งไม่ยืนยันว่าเป็นใคร แต่อาจจะเป็นแซนก็ได้ ที่ย้ายไปนั่งเพราะเห็นว่าท้ายเรือไม่ปลอดภัยหลังเกิดการกระตุกของเรือตามข้อมูลเรื่องความเร็วที่บอกว่า วิ่งมา 8 น็อต แล้วลดเหลือ 3.3 น็อต ก่อนจะเร่งขึ้นไปที่ 10 น็อตอย่างกะทันหัน หรืออาจจะเป็นการไปนั่งหลบลมที่อ้างว่าเข้าตาก็ได้

ดังนั้นตนจึงเชื่อว่าแซนให้การเท็จ และเชื่อว่าแตงโมไม่ได้ตกเรือจากท้ายเรือด้วย เพราะหากแซนไม่ได้นั่งอยู่ท้ายเรือ แตงโมจะจับขาแซนแล้วตกลงไปที่ท้ายเรือได้อย่างไร ประกอบกับเรื่องบาดแผลที่ต้นขาด้านใน ตนได้ใช้หลักวิศวกรรมมาวิเคราะห์ พบว่าเป็นไปไม่ได้ที่เรือกำลังวิ่งด้วยความเร็ว 8 น็อต แล้วคนตกไปด้านท้าย แล้วจะโดนใบพัดหรือฟินเรือฟันขาได้ เพราะเรือวิ่งไปข้างหน้าแล้ว ซึ่งตนยังได้ลองสเก็ตภาพจำลองมาด้วยว่าหากคนตกลงไปจากด้านหัวเรือ จะสามารถถูกดูดเข้าไปใต้ท้องเรือได้ ส่วนสาเหตุที่ตนเดินทางมายื่นหลักฐานกับตำรวจกองปราบฯ เพราะกลัวว่าตำรวจภูธรภาค 1 จะไม่รับหลักฐานหรือไม่นำไปเข้าสำนวนคดี เลยให้กองปราบฯ เป็นสื่อกลางในการรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำตน และส่งหลักฐานให้ตำรวจภูธรภาค 1 ต่อไป เพราะก่อนหน้านี้เคยมีตำรวจยศพลตำรวจตรีในจังหวัดนนทบุรีโทรมาหาตนขอให้ไม่ยุ่งเรื่องนี้ และถามว่าออกหมายจับไปแล้ว 2 คนยังไม่พอหรือ ซึ่งแม้ตำรวจจะมีหลักฐานคลิปตัวนี้อยู่แล้ว แต่เชื่อว่ามองไม่เหมือนกันในการวิเคราะห์ด้วยแสงและเงา อย่างไรก็ตาม การที่มาวันนี้ ตนก็ไม่กลัวแม่แตงโมจะหาว่าเข้ามายุ่ง เพราะตนไม่ได้สนใจแม่ แต่สนใจแค่ว่าแตงโมต้องไม่เสียชีวิตฟรี

นายอัจฉริยะ ระบุด้วยว่า มั่นใจว่าสิ่งที่ทำวันนี้ จะทำให้มีผู้ถูกออกหมายจับเพิ่มเติม ก็คือ แซน ในข้อหาให้การเท็จ และจะทำให้คดีนี้ ต้องกลับไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ด้วย พร้อมยืนยัน ไม่กลัวจะถูกฟ้อง หากตนพูดไม่จริงก็ให้แซนฟ้องได้เลย โดยตนได้นำหลักฐานอื่น ๆ คือ คำพูดจากการไลฟ์สดของแซน และคำพูดที่โบว์ TK แถลงว่าคนบนเรือพูดโกหก มาประกอบด้วย.-ไนน์เอ็นเตอร์เทน


เข้าชม 210 ครั้ง
ดูข่าวเพิ่มเติม