“ทนายเดชา” ชี้คดี “แตงโม” วุ่นวาย เพราะมีนักกฎหมาย ให้คำแนะนำคนบนเรือ ทำประชาชนไม่เชื่อมั่นการทำงานของตำรวจ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 มี.ค.2565 บริษัท อสมท จำกัด มหาชน ร่วมกับมหาวิทยาลัยรังสิต จัดงานเสวนา “ความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม กรณีคดี “แตงโม ภัทรธิดา” จมน้ำเสียชีวิต” ที่มหาวิทยาลัยรังสิต โดย “รองศาสตราจารย์ พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล” ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายรักษาความสงบเรียบร้อย และประธานกรรมการคณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม ม.รังสิต กล่าวว่า ตามหลักสากล ความโปร่งใสจะเกิดขึ้นได้ ต้องมีหน่วยงานภายนอกร่วมตรวจสอบ ในคดีนี้ทราบว่าตำรวจทำงานเยอะ แต่ไม่มีความเชื่อมั่นจากประชาชน ส่วนผลการชันสูตรของสถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ ก็ตรงกับผลชันสูตรรอบ 2 ซึ่งทราบจากคณะทำงานชันสูตรรอบ 2 ว่า ทีมนิติเวชชุดแรกที่ผ่าร่าง มีความเชี่ยวชาญมาก เพียงแต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้คือความเชื่อมั่นที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ ได้นำกรณีคดีแตงโม คุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนไทย ซึ่งเป็นตำรวจที่สหรัฐอเมริกา ถ้าเป็นสหรัฐอเมริกา กรณีที่แซนอ้างว่าแตงโมจับขาตัวเองขณะปัสสาวะ ตำรวจจะตรวจลายนิ้วมือที่ขาแซนว่าจริงตามที่อ้างหรือไม่ และจะแยกสอบสวนทั้ง 5 คนทันที หรือตามถึงที่บ้านตั้งแต่วันเกิดเหตุ ถ้าไม่ยอมอยู่ และไม่ให้ความร่วมมือ แสดงว่ามีความผิดปกติ พฤติกรรมของคนบนเรือแตกต่างจากคนปกติทั่วไป ตำรวจก็สงสัยเหมือนที่ประชาชนสงสัย เพียงแต่ต้องอาศัยหลักฐาน ซึ่งเชื่อว่าตอนนี้ตำรวจมีหลักฐาน


ขณะที่ “รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวถึงการส่งร่างชันสูตรที่สถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ ทั้งที่ตอนแรกจะส่งที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ว่า การส่งร่างชันสูตร ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน แต่ลึก ๆ ไม่รู้เพราะอะไร ถึงเปลี่ยนที่ชันสูตรพลิกร่าง ปกติการชันสูตรร่าง จะเริ่มจากแพทย์ที่ร่วมตรวจที่เกิดเหตุเห็นว่าเป็นการเสียชีวิตผิดปกติ ก็จะส่งชันสูตรพลิกร่าง ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการชันสูตรรอบแรกหรือรอบที่ 2 ญาติมีส่วนที่จะเลือกสถานที่ผ่าชันสูตรร่างได้ ส่วนประเด็นเลือดบนเรือ แล้วระยะเวลาที่ยึดเรือตรวจสอบจะมีผลให้เลือดจางจนตรวจไม่เจอหรือไม่นั่น ถ้ามีการรบกวน เช่น การล้าง ทำความสะอาดเรือ ก็ยังตรวจหาเลือดเจอได้ หากตำรวจพิสูจน์หลักฐานลงมือตรวจในช่วงเวลาที่ยึดเรือไว้

รศ นพ.วีระศักดิ์” ยังชี้แจงกรณี “นายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์” ทนายความที่ออกรายการในยูทูบว่ามีก้อนเลือดที่ขาขวาที่ระบุเป็นการฆาตกรรม ว่าในคณะทำงาน มีการพูดคุยกันในเชิงวิชาการถึง บาดแผลที่เป็นแผลก่อนเสียชีวิต และแผลหลังเสียชีวิตจะแตกต่างกัน โดยแผลที่เกิดก่อนเสียชีวิต เลือดจะไหลออกเข้าเซลล์ชิ้นเนื้อ ทำให้มีเม็ดเลือดในเซลล์ชิ้นเนื้อ แต่ถ้าเป็นแผลที่เกิดหลังเสียชีวิต จะไม่มีเม็ดเลือดในเซลล์ชิ้นเนื้อ มีการพูดคุยเชิงวิชาการแค่นี้ แต่ไม่มีการพูดถึงเรื่องลิ่มเลือดที่บาดแผลว่ามีการพบหรือไม่ ซึ่งในประเด็นนี้ได้โทรศัพท์ขอโทษ พญ.พรทิพย์ ที่มีการสื่อสารผิดในการพูดคุยกับทนายรณรงค์ แล้ว ส่วนกรณีลิ้นจุกปากนั้น การจมน้ำไม่ได้เกี่ยวข้องกับลิ้นจุกปาก แต่ที่ลิ้นจุกปากเพราะเกิดจากการเน่าของร่างผู้เสียชีวิต

ด้าน “นายเดชา กิตติวิทยานันท์” ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ และทนายความมารดาแตงโม กล่าวว่า คดีนี้ยุ่งยาก เพราะมีนักกฎหมายเข้าไปเกี่ยวข้องตั้งแต่แรก มีแหล่งข่าวเชิงลึกระบุว่า ตั้งแต่หลังเกิดเหตุ มีนักกฎหมายแนะนำกลุ่มคนที่อยู่บนเรือว่าอย่าเพิ่งพบพนักงานสอบสวน แต่ให้พบทนายความก่อน ทำให้คำพูดของผู้ต้องหา ย่อมต้องเปลี่ยนไป ซึ่งข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของทั้ง 5 คน ตำรวจมีทั้งหมด จึงรู้ว่ามีการนัดหมายทนาย 3 กลุ่ม กลุ่มแรกปั๊มเชลล์ กลุ่ม 2 ที่ราชบุรี กลุ่ม 3 ที่ร้านอาหารสุขุมวิท เหตุที่ไปหาทนายก่อน และไปหาทนายหลายคน เพราะไม่อยากติดคุก ซึ่งคดีนี้ถ้าคนบนเรือไม่ได้ไปหาทนายก่อน คดีน่าจะจบไปแล้ว ซึ่งจริง ๆ คดีประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต ถ้ามีการเยียวยา รับสารภาพ แม้ศาลสั่งจำคุก แต่รอการลงโทษ การไปหาทนายความหลังการเกิดเหตุ ทำให้คนคิดต่อไปได้ว่ามีความน่าสงสัย และทำให้คดียุ่งยากถึงทุกวันนี้

ส่วนกรณีที่ตำรวจเปลี่ยนที่ชันสูตร จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มาเป็นสถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ ได้สอบถามจากตำรวจแล้วทราบว่า พ.ร.บ.เกี่ยวกับการใช้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ นั้น การผ่าศพครั้งแรก พนักงานสอบสวนต้องร้องขอ ถ้าผ่าซ้ำต้องร้องขออีก ซึ่งค่อนข้างลำบาก ดังนั้นเมื่อเริ่มต้นเป็นคดีอาญา อยู่ในอำนาจตำรวจ จึงให้อยู่ในหน่วยสังกัดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ต้องทำเรื่องขออนุญาตให้หน่วยงานภายนอกช่วยชันสูตรให้ยุ่งยาก ซึ่งเป็นเรื่องปกติของตำรวจ คดีตอนนี้พนักงานสอบสวนรวบรวมใกล้เสร็จแล้ว อีก 2-3 วันใกล้เสร็จ อย่างช้าสุดก็สิ้นเดือนนี้ โดยพยานหลักฐานมากพอที่จะเอาผิดประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ส่วนจะมีมากกว่านั้น หรือมีผู้ต้องหาเพิ่มหรือไม่ ให้รอฟังการแถลงปิดคดีจากตำรวจทั้งนี้ทราบว่าจะมีทนาย ซึ่งเป็นทนายที่มีชื่อเสียง สังคมรู้จักจะมารับเป็นทนายให้คนบนเรือ.-ไนน์เอ็นเตอร์เทน


เข้าชม 317 ครั้ง
ดูข่าวเพิ่มเติม