“หนุ่ม ศรราม” ตัดพ้อ “คนรักกันไม่ทำแบบนี้” ให้โอกาส “ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์” กลับมาเป็น “แม่ของลูก”


ตั้งแต่ที่สาว “ติ๊ก กนิษฐรินทร์” อดีตภรรยาของพระเอกรุ่นใหญ่ “หนุ่ม ศรราม” ออกมาร่ำไห้เปิดใจยอมรับความผิดพลาดที่ก่อขึ้น หลังไปยุ่งเกี่ยวกับการพนันจนทำให้ชีวิตครอบครัวพัง ถึงขั้นหย่าร้างไปตั้งแต่ช่วง ต้นปี 2563 ที่ผ่านมา โดย “น้องวีจิ” ลูกสาวอยู่ในความดูแลของคนเป็นพ่อ พร้อมยังบอกอีกว่าตั้งใจปรับปรุงตัวเป็นคนใหม่เพื่อลูก
.
ล่าสุดช่วงดึกวันนี้(10 ก.ย. 2563) หนุ่ม ศรราม ได้มาร่วมรายการ แฉ พร้อมเปิดใจครั้งแรกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น และประเด็นที่ทำให้เจ้าตัวทนไม่ไหวออกมาโพสต์โชว์ใบหย่าประกาศให้ทุกคนรับรู้ โดยเล่าว่า ตอนนี้สถานภาพเรียกว่า โสด โอกาสกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันแบบสามีภรรยาน่าจะยาก แต่เราสองคนยังมีหน้าที่สำคัญคือความเป็นพ่อแม่น้องวีจิ ต้องทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด
.
ส่วนเหตุผลที่ตัดสินใจเลิกและหย่าในวันที่ 20 ม.ค. 63 เกิดจากบัตรเอทีเอ็มหาย ไม่สามารถใช้ได้ วงเงินเต็ม เพราะมีคนกด เราเลยไปแจ้งความ อายัดบัตร ซึ่งทางธนาคารชี้แจงว่าคนใกล้ชิด พอเรื่องถึงตำรวจ เราเห็นกล้องวงจรปิด ก็รู้ว่าเป็นติ๊ก แล้ว พนง. สอบสวน เอาเส้นทางการเงินให้ดูว่า มันไปถึงการพนันออนไลน์ ตำรวจบอกว่าเรื่องนี้ความผิดทาง พ.ร.บ. คอม เราเลยถอนฟ้อง เราก็ขอร้องติ๊กให้แก้ไขและปรับปรุงตัว ที่ผ่านมามีหนี้เท่าไหร่ เราก็พยายามเคลียร์ให้ตามกำลังที่เราจะช่วยได้ เรารู้เรื่องหนี้สินเขาตั้งแต่ก่อนแต่ง แต่เราไม่ทราบว่าเขาติดการพนันตั้งแต่ตอนไหน เราบอกให้หยุด แก้ไข มองว่าจำนวนเงินไม่เป็นไร แต่เจตนามันสำคัญ เลยคิดหย่า แต่ไม่อยากให้วีจิขาดใครคนใดคนหนึ่งในชีวิต เราขอให้ติ๊กแก้ไข
.
จนมาถึงกรณีหน้ากากอนามัย เราไม่รู้เรื่องอะไร จนมีคนฟ้อง เรารู็แต่ว่าต้องช่วยติ๊ก เลยเอาเงินส่วนตัวมาชำระคืนให้ 9 แสนบาท หลังจากนั้นก็ยังมีปัญหาต่อเนื่องเรื่อย ๆ ส่วนเรื่องยาเสพติดเราไม่รู้ ไม่กล้าตอบว่าไม่ทราบ แต่เรื่องที่สามารถจะตอบได้ ก็จะตอบให้ฟัง
.
พอปัญหาเข้ามาเยอะ ๆ มีคนเข้ามาทวงเงินในบ้าน ในช่วงโควิด-19 ตอนนั้นไม่เป็นข่าว รวมถึงเรื่องเงินมัดจำที่มีปัญหา เราเพิ่งทราบว่าติ๊กรับมาแล้ว แต่ทางติ๊กแจ้งว่าเขาเลื่อนมาเรื่อย ๆ จนเราโทรไปตามและรู้ความจริงว่ารับเงินมาแล้ว ซึ่งขณะที่เราไปถ่ายละครทุกวัน ก็มีคนมาทวงหนี้ที่บ้านทุกวัน จนเราต้องยุติความสัมพันธ์กับติ๊ก เพราะการใช้ชีวิตด้วยกันแบบนี้อีกไม่ได้
.
ยอมรับว่าเราเองเคยพูดว่า “ถ้าเงินใช้หนี้ไม่พอ ลองเอาทองของลูกไปขายไหม” ซึ่งความจริงติ๊กเอาทองขายไปหมดแล้ว ถึงเขาจะบอกว่าบางส่วนก็ตาม เราได้ทองคืนแค่ของที่มอสให้อย่างเดียว ส่วนเงินเดือนติ๊ก เราให้เดือนละ 3 หมื่น ไม่รวมค่ากิน ค่าอยู่ ซื้อของ ค่าใช้จ่ายทุกอย่างผมรับผิดชอบ มันไม่ใช่ 500 อย่างที่เป็นข่าว
.
มันเจ็บทั้งคู่ เรื่องครอบครัวแตก มันพังทั้งคู่ ผมแย่ เขาแย่ แต่แย่สุดคือลูก ณ วันนี้ ติ๊ก ออกมาขอโทษทุกคนแล้ว แต่ผมขอดูการกระทำของเขาสักระยะก่อน ว่าเคลียร์ทุกอย่างแล้วจริงไหน มีความปลอดภัยจริงไหม ซึ่งทุกวันนี้เรายังไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนเลย ถ้าจะไปเจอสถานที่พักของติ๊ก เขาเคลียรหนี้หมดยัง เลิกเล่นพนันหรือยัง
.
เราไม่ถือโทษโกรธ แต่ในฐานะพ่อแม่ของวีจิ เขายังเป็นแม่ที่ดีขอน้องวีจิต่อไป ส่วนที่ยังแท็กชื่อในไอจี เพราะเราไม่ได้โกรธเคืองอะไรเขา ใส่บาตรให้เขาหลุดพ้นเรื่องไม่ดี แล้วมาเป็นแม่ที่ดีของลูกซะ เราให้อภัย ให้โอกาส แต่ติ๊กต้องไปปรับปรุงและแก้ไข เพราะการกระทำแบบนั้นคนรักกันทำกันไม่ได้ คุณขโมยของเรา เอาทองลูกไปขาย แล้วจะให้ผมเดินต่ออย่างไร เราต้องยอมรับความจริง แต่เราต้องเป็นพ่อแม่ให้วีจิให้ได้ ต้องแก้ไขปรับปรุง อะไรไม่ดีก็อย่าแตะต้อง แล้วกลับมาพาวีจิไปทานข้าวกัน ลูกได้โต หยุดออกรายการแล้วมาพูดเรื่องแบบนี้อีกแล้ว
.
เรามาวันนี้ เราอธิบายตามข้อเท็จจริง ส่วนทุกคนที่ให้กำลังติ๊ก เรา ครอบครัวเรา ขอบคุณมาก เราเชื่อว่าติ๊กก็กำลังแก้ไขตัวเอง เราขอเวลาระยะหนึ่ง ในการเจอลูกยังไม่สมควรเจอตอนนี้ จนกว่าเราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของเขา ขอโอกาสให้เขาได้แก้ไข ปรับปรุงตัวเพื่อลูก เขาออาจจะเป็นภรรยาของผมไม่ได้ แต่ทั้งชีวิตของเขา ไม่มีทางที่จะไม่ให้ วีจิ ไม่เรียกเขาว่าแม่ ยังไงจนตายก็เป็นแม่วีจิ ใครก็มาแทนที่ไม่ได้ ถ้าติ๊กดู อยากบอกว่าแก้ไข และปรับปรุง ทุกคนเป็นกำลังใจ พี่กับวีจิ รอแม่กลับมาอยู่ บ้านแตกไม่มีใครมีความสุขหรอก”.-ไนน์เอ็นเตอร์เทน


เข้าชม 59 ครั้ง
ดูข่าวเพิ่มเติม