ไม่ท้องลูกสาวปีนี้ “ชมพู่-อารยา” ขอเบี่ยงเป็นปีหน้า ยังงดรับงานแสดง

ที่ผ่านมาทำชาวเน็ตลุ้นกันอย่างหนัก หลังคุณแม่ซุปตาร์ “ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต” ได้โพสต์ภาพท้องฟ้าสดใสที่มีปุยก้อนเมฆสีขาวลอยอย่างสวยงามลงอินสตาแกรม ทำเอาชาวเน็ตต่างเข้าไปคอมเมนต์ลุ้นข่าวดีเรื่องลูกสาวคนที่ 3 ว่ากำลังจะมีน้องให้ลูกชายฝาแฝดอย่างน้อง “สายฟ้า-พายุ” และสามี “น็อต วิศรุต” หรือเปล่า รวมถึงแห่เม้นต์ตั้งชื่อทั้ง  น้องฟ้าใส , น้องสายรุ้ง , น้องปุยเมฆ และ น้องสกาย กันเป็นจำนวนมาก


ล่าสุดวันนี้ (24 ก.ค. 63) สาวชมพู่ได้เดินทางมาออกงานอีเวนต์แห่งหนึ่ง และได้ตอบถึงเรื่องลูกสาวคนที่ 3 ว่า 

“คิดว่าท้องหรือเปล่าล่ะ (หัวเราะ) คิดว่าท้องป่ะ (ท้อง?) จริงเหรอ ฉันอ้วนเหรอ”


คนเห็นที่เราโพสต์ภาพท้องฟ้าเลยตีความไปแบบนั้น มาแล้วแน่ๆ ลูกสาว ?

“อ๋อ ยังค่ะยัง ยังไม่ท้องจริงๆ (หัวเราะ) ขอบคุณที่ช่วยตั้งชื่อนะคะ ส่วนที่โพสต์ภาพท้องฟ้าไม่ได้มีความหมายอะไรเลย เห็นว่ามันลิ้งค์กับรูปก่อนหน้านี้ เราเป็นเน็ตไอดอลเราก็ต้องลงคุมโทนแค่นั้นเอง ไม่มีอะไร ก็รู้แหละว่าคนก็คิดเก่ง (ยิ้ม)”

มีแบบคิดชื่อไว้ไหม ?


“มีแอบคุยไว้กับพ่อเหมือนกัน จริงๆ คุยไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ตั้งแต่โปรเจ็กต์แรกเลย สายฟ้า พายุ”

ใกล้หรือยังที่จะมีน้อง ?

“ตอนนี้ขอกลับมาอยู่กับตัวเองแป๊บหนึ่ง ต้องบอกว่าก็กะไว้ว่ามันจะเป็นโปรเจ็กต์ของปี 2020 นี่แหละ แต่ปีนี้มันเยินจริงๆ ชมว่ามันมีอะไรหลายอย่างที่มันไม่เป็นไปตามที่เราวางไว้ ชมเลยคิดว่าชมคงข้ามปีนี้ไปเลย เพราะอะไรที่เราวางไว้มันก็ไม่เป็นไปอย่างที่เราวางไว้ เลยคิดว่างั้นเรากลับมาโฟกัสที่การดูแลตัวเองและสองคนนี้ก่อน แต่ไม่ได้พับโปรเจ็กต์ ยังไงก็มี แต่อาจจะปีหน้า ตอนนี้ก็ฟิตร่างกายดูแลตัวเองไปก่อนในภาพรวม”

เด็กๆ อยากมีน้องไหม ?

“สายฟ้าชอบเล่นกับเด็กโต แต่เขาก็มีความเป็นพี่สูง เวลาเขาเจอเบบี้เขาก็จะมีความอ่อนโยน ก็มีปลูกฝังบ้างนิดหน่อยว่าถ้ามีน้องช่วยเลี้ยงน้องนะ หรือถ้าอะไรที่เขาใส่ไม่ได้ เขาก็จะบอกว่าเก็บไว้ให้น้อง”

ตั้งใจจะให้เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ?

“อยากได้ผู้หญิง แต่แฝดไม่เอาแล้ว ก็พยายามอยู่ แต่อย่างที่บอกว่าปีนี้มันไม่ใช่แล้วไง คือปี 2020 มันถูกแคนเซิลไปแล้ว ทุกอย่างในปีนี้ของเราแคนเซิลหมด ชมว่ามันเป็นวิกฤตที่เป็นโอกาสเหมือนกันนะ พอเราทำแล้วไม่ติดก็รู้สึกว่าเราลองกลับมาโฟกัสที่ตัวเราดีไหม อะไรที่เรารู้สึกว่าเราอยากทำในฐานะของคนที่ไม่ท้อง ในฐานะแม่ลูกสอง ก็มาลองทำตรงนี้อีกสักนิดหนึ่งให้มันเต็มที่ ยังไม่อยากกดดันอะไรมาก อยากทำตรงนี้ให้ดีก่อน รอได้”

คุณพ่อมีเร่งไหม ?

“ไม่ได้เร่งหรอก เขาได้สองคนนี้มาเขาก็พอใจแล้ว ตอนนี้ต่อให้สถานการณ์บ้านเรามันจะดีกว่ายุโรป แต่การไปไหนมาไหนมันก็ยังแทบจะเป็นไปได้ยาก เราก็โฟกัสกันตรงนี้ก่อน”

ช่วงกักตัวโควิด เปิดครัวทุกวันเลย ?

“อะไรที่ไม่เคยทำ ก็ต้องทำ สนุกดี ช่วงแรกก็ยอมรับว่าจะมีเครียดกันทุกคน เพราะเหมือนกับไม่รู้จะไปทำอะไร แต่ว่าสุดท้ายก็ดิ้นลนหาอะไรทำ ก็ค้นพบงานอดิเรกใหม่หลายๆ อย่าง หน้าที่ของการเป็นคุณแม่ด้วย เราต้องพยายามหาอะไรให้ลูกทำ เพราะเขามีพลังงานเยอะ โรงเรียนก็ไม่ใช่ที่พักพิงของเราอีกต่อไปในช่วงนั้น (หัวเราะ) ไปไหนก็ไม่ได้ ปิดไปหมดเลย จะพาไปสวนสัตว์ก็ปิด ต้องครีเอทนิดหนึ่งเนอะ”

เมนูการทำอาหารต้องคิดทุกวันเลยไหม ?

“(หัวเราะ) อย่าเรียกว่าทำอาหาร ส่วนมากเวลาอยู่บ้านคุณยายก็จะเป็นคุณยายเป็นคนทำมากกว่า เราเป็นลูกมือ แต่ที่สนใจทำเป็นพิเศษช่วงโควิดก็คือทำขนมปัง ขนมเค้ก ทำไปเรื่อยๆ เปิดยูทูบแล้วทำไป ไม่ได้เรียน คิดว่าไม่มีอะไรจะเสีย ก็ลองดู ที่บ้านสมาชิกเยอะก็ช่วยกันทานได้”

ช่วงนั้นเครียดไหม ต้องกักตัวอยู่กับบ้าน แล้วอยู่กับลูก 24 ชั่วโมง ?

“ยอมรับว่ามีเหมือนกัน แต่ไม่อยากจะบ่น เพราะว่ามันเป็นภาวะที่ทุกคนเจอเหมือนกัน ถือว่าเรายังโชคดีมาก จะห่วงกังวลลูกมากกว่า เขาอยู่ในวัยที่มีพลังงานเยอะ ต้องการออกไปปลดปล่อย เวลาเขาอยู่ติดบ้าน 2-3 วัน เขาก็เริ่มเฉื่อย เราเริ่มรู้สึกว่ามีพลังงานไม่ดีเกิดขึ้น เด็กมันต้องการออกไปเจอเพื่อน อยากไปวิ่งเล่น ต้องการที่กว้างๆ แต่ก็ได้อยู่กับเขาเต็มที่ จริงๆ ปี 2020 เป็นปีที่มีการวางแผนเรื่องการเดินทางค่อนข้างเยอะ ตอนแรกแอบกังวลเหมือนกัน เพราะว่าเป็นปีที่ลูกมาถึงจุดที่ต้องการเรามากๆ กำลังติดเลย พอมันเกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้น มันก็กลายเป็นว่าเราได้ใช้เวลากับเขาเต็มที่จริงๆ มองวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ ชมว่าแม่ๆ หลายคนที่อาจจะยุ่งๆ มีความกังวลในเรื่องการใช้เวลากับลูก ช่วงเวลาที่ผ่านมาก็คงเต็มที่กับลูกเหมือนกัน เราก็เต็มที่”

ช่วง 3 เดือนที่กักตัว แฝดก็ดูอวบอั๋นขึ้นมาก ?

“ใช่ (หัวเราะ) เขาไม่ได้ไปโรงเรียนด้วย อันนี้มีส่วน เพราะว่าตอนที่เขาอยู่โรงเรียนจะได้ทานนมน้อยลง เพราะว่าที่โรงเรียนไม่ให้พกไป แล้วพอดีที่โรงเรียนก็เป็นอาหารแบบมังสวิรัติ ไม่ถูกปากคุณพายุ เขาก็จะไม่ทาน เพราะฉะนั้นช่วงที่เขาไปโรงเรียนก็เหมือนเขาได้ทำฟาสติ้งไปในตัว (หัวเราะ) แต่พอไม่มีโรงเรียนอยู่บ้าน ถ้าเราไม่หากิจกรรมให้ เราจะพ่ายแพ้ต่อยูทูปและขวดนม จะกลายเป็นว่ากินนมเยอะ ตอนนี้ก็พยายามหากิจกรรม เอาให้เหนื่อยแฮกทุกวัน แล้วเวลาที่เขามีอะไรทำเพลินๆ เขาก็จะทานน้อยลง”

เรื่องอาหารการกินต้องแบ่งกันยังไง เพราะทั้งสองกินค่อนข้างที่จะไม่เหมือนกัน และเวลากินก็ไม่ตรงกัน ?

“หิวเมื่อไหร่ก็กินค่ะ (ยิ้ม) คือชมไม่ได้มีข้อกำหนดอะไร สะดวกก็ป้อน ตื่นเช้ามาก่อนไปเรียนหนังสือก็พยายามให้ทานข้าวเช้า แต่ถ้าไม่ได้ก็จะให้เขารู้ไปว่าถ้าไม่กินตรงนี้ คือต่อไปจะหิวนะ เขาก็ค่อยๆ เรียนรู้ไป อะไรที่ให้ทานแล้วสมมติเขาไม่ทาน เราก็ไม่ยัดเยียด จะไม่บอกว่ามันมีประโยชน์นะ เขาไม่รู้หรอกว่ามีประโยชน์คืออะไรถูกไหมในตอนนี้ เราก็แค่ข้ามไป และวันหลังเราค่อยเอามาเสิร์ฟให้เขาอีกทีก็ได้ เขาอาจจะลืมไปแล้ว แต่ถ้าเราไปยัดเยียดเขา เขาก็จะจำว่าโดนบังคับว่าต้องกินอันนี้ เราก็จะปล่อยผ่านไป”

แต่ตอนนี้ดูพายุจะตัวใหญ่กว่าสายฟ้าแล้ว ?

“ทานทุกอย่างเลยค่ะ (หัวเราะ)”

น้ำหนักยังอยู่ในเกณฑ์ คุณหมอโอเคไม่ว่าอะไรใช่ไหม ?

“จริงๆ ก็ไม่ได้ไปหาคุณหมอมานานพอสมควรแล้วค่ะ ก็แอบกังวลเหมือนกันว่าอาจจะมีทัก แต่ก่อนหน้านี้ช่วงที่จะหยุดกัน ตอนไปรับวัคซีน เขาก็ยังถือว่าตามเกณฑ์อยู่นะ คือพายุเป็นเด็กที่ต่อให้ไม่อวบเบอร์นี้ น้ำหนักเขาก็ค่อนข้างเยอะอยู่แล้ว หุ่นเขามาใหญ่แบบนี้อยู่แล้วค่ะ”

แอบกังวลกับการกินของพายุไหม เพราะกินทุกอย่างจริงๆ ?

“เอ่อ… ไม่ห่วงเพราะว่าเขาไม่ได้กินอะไรที่ไม่ได้มีประโยชน์ ก็เลยไม่กังวลตรงนั้น เพียงแต่ว่าตอนนี้เราต้องเหนื่อยหน่อยที่พาเขาออกไปทำกิจกรรมหรือสรรหาสิ่งต่างๆ ชมว่าเด็กก็เหมือนเราแหละ ช่วงโควิดก็นอนอืดอยู่บ้านและก็ทาน คือช่วงนั้นมันมีข้อจำกัด ไม่มีโรงเรียน ไม่มีนั่น ไม่มีนี่ แต่ว่าตอนนี้ก็เริ่มเปิดเรียนแล้ว เราสามารถพาเขาไปทำกิจกรรมอื่นๆ ได้บ้าง อย่างวันนี้ก็จองคุณครูให้มาสอนเตะบอล เรียนว่ายน้ำ ให้มันเต็มวันไป เขาก็จะได้มีอะไรทำ คือถ้าปล่อยให้เขาว่าง เขาก็จะขอกิน ไม่มีอะไรทำก็จะนอนดูการ์ตูนหรือขอกิน ก็เหมือนเราแหละถูกไหม ช่วงโควิดก็จะพังๆ หน่อย”

เรื่องเสื้อผ้าที่ใส่มีผลไหม ?

“มีผลมาก (หัวเราะ) จริงๆ เราไม่ได้เน้นให้ต้องใส่เสื้อผ้าเหมือนกันอยู่แล้ว แต่เวลาได้ซื้ออะไรเหมือนกันมันก็จะง่าย สายฟ้าเขาจะใส่เสื้อผ้าที่เกินเกณฑ์อายุของเขาอยู่แล้ว แต่พายุก็คือเกินในเกินในเกินไปอีกอ่ะ คือใส่เสื้อผ้าเด็ก 8-9 ขวบ ถึง 10 ขวบก็ใส่ได้”

ยังอุ้มไหวไหมตอนนี้ ?

“ยังอุ้มได้อยู่ แต่อุ้มได้ไม่นานค่ะ”

สายฟ้า-พายุกลับไปเรียนหรือยัง หรือว่าเรียนออนไลน์ ?

“ไม่ได้เรียนออนไลน์ นางจะเปิดเทอมวันจันทร์ที่จะถึงนี้ แต่ว่าช่วงนางเรียนชดเชยที่เขาหยุดกันไปเยอะๆ อยู่ เป็นเนิร์สเซอรี่ปี 2”

งานแสดงก็พักด้วยปีนี้ ?

“พักก่อน (หัวเราะ)” .-ไนน์เอ็นเตอร์เทน 

ดูข่าวเพิ่มเติม