“คริส พีรวัส”เปิดใจหลังโพสต์ดราม่าคล้ายเจอคนหน้าไหว้หลังหลอก

เป็นหนุ่มฮอตที่งานแน่น แต่ก็มีเรื่องราวประดังเข้ามาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ “คริส พีรวัส แสงโพธิ์รัตน์” ที่ล่าสุดเจ้าตัวก็ขึ้นข้อความลงในไอจีสตอรี่ว่า “จงเฉยเมยกับคนที่พูดไม่ดีลับหลังเรา โลกสอนให้เราต้องเจอกับคนแบบนี้อยู่แล้ว และจงคิดดีต่อไป เพราะการได้เอาคืน คือการที่เค้าไม่เคยมีความสุขเลยเวลาได้เจอเรา แต่เรากลับมีความสุขมาก..ซะงั้น แม่ท่านนึ่งสอนดีเลยสอนต่อ”

หลังข้อความนี้ถูกโพสต์ออกไป ก็มีการตั้งคำถามว่า หนุ่มคริสไปเจอเหตุการณ์อะไรมา หรือมีใครทำอะไรหน้าไหว้หลังหลอกหรือเปล่า ถึงได้โพสต์ข้อความดังกล่าว งานนี้หนุ่มคริสเปิดใจว่า
“ข้อความนี้จริง ๆ อยากจะอธิบายจริง ๆ เลย เผื่อใครเข้าใจผิดคิดว่าคริสไปมีปัญหากับใครหรือเปล่า ไม่ใช่เลย เรื่องจริงคือเราไปฟังคุณแม่ท่านหนึ่ง จริง ๆ ก็บอกได้เลยว่า แม่ก็อตจิ นี่แหละสอน เขากำลังสอนน้องอยู่ แล้วเราไปนั่งฟัง และรู้สึกว่าประโยคนี้มันเปลี่ยนความคิดบางอย่างในตัวเราเหมือนกันนะ มันเปลี่ยนไปเลย มันทำให้เราเข้าใจว่า เรามัวแต่ไปแคร์คำพูดใครจนเราไม่มีความสุขเลย ขนาดนั้นทำไม เขาเลยบอกว่า ลองเปลี่ยนมุมมองใหม่ว่า ต่อให้เราจะรู้ พยายามอยู่ในแบบไม่รู้ก็ได้ว่าใครคิดอะไรยังไง เพราะเวลาที่เราไม่รู้อะไร เราจะมีความสุขได้อย่าง 100 เปอร์เซ็นต์ เราจะไม่ได้คิดอะไรมาก แต่คนที่เขาคิดอะไรกับเรานั้นแหละ เขาจะไม่มีความสุขเวลาที่เขาเจอเราเอง ผมรู้สึกว่าข้อคิดนี้ดีมาก ผมจะเอามาใช้จะทำให้ได้ ก็เลยโพสต์ข้อความนี้ลงไป



ผมรู้สึกว่ามันแบ่งปันด้วยนะ หลังจากที่โพสต์อันนี้ลงไป พี่ ๆ น้อง ๆ นักแสดงหลายคนมากเลยนะ ส่งข้อความกลับมาหาผมแล้วบอกว่า ชอบ, เฉียบ หนึ่งในนั้นคือ น้องเฟี๊ยต (พัทธดนย์ จันทร์เงิน) ที่น่ารัก คือคนนี้ผมกล้าเอ่ยชื่อ แต่มีเกือบ 10 คนที่ส่งข้อความกลับมาว่า ชอบคำนี้มากเลย”
แต่พอโพสต์ไปกลับกลายเป็นว่า หลายคนเข้าใจไปว่า คิดมีปัญหาอะไรกับใคร ทำไมดราม่า
“คือแฟนคลับเขาจะคอยเป็นห่วง ผมว่าศิลปินเป็นยังไง แฟนคลับเป็นอย่างนั้น ผมเป็นคนคิดมาก ผมว่าแฟนคลับของผมก็จะคล้าย ๆ กันว่า เราเป็นยังไงหรือเปล่า และยิ่งเมื่อก่อนเราเป็นคนขี้นอยด์ หน้าออก เขาก็เลยตีความไปทางนั้น เพราะเขาเป็นห่วงเรา แต่ที่ผมโพสต์ไม่ได้ที่จะให้รู้สึกดราม่านะ ผมมีเจตนาที่ดีที่อยากจะแบ่งปันจริง ๆ นะ”

ตอนนี้เห็นว่าเลิกเล่นทวิตเตอร์ไปแล้ว
“ต้องบอกแบบนี้ก่อนว่า เมื่อก่อนผมรู้สึกว่าทำไมผมทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเลย ทั้งที่ความจริงแล้ว วันนี้เราทำงาน 10 ชั่วโมง แต่หลังจากนั้นกลับบ้านไป เราก็ต้องมานั่งคิด มานั่งเครียดว่า วันนี้เราไปทำงานมา 10 ชั่วโมง ฟีดแบ็กเป็นยังไง แล้วเราไปเจอแค่คอมเมนต์เดียวเลยว่า เราไม่น่าทำแบบนั้น ไม่น่าพูดแบบนี้ อาจจะแค่คอมเมนต์เดียว ทำให้ความรู้สึกเราดิ่งลงทันที และเป็นไปตลอดทั้งวัน แค่คอมเมนต์เดียวพาผมไปได้เลย ผมเป็นแบบนั้นจริง ๆ อาจจะมีคอมเมนต์ชมเรา 100 แต่มี 1 คอมเมนต์ที่เขารู้สึกไม่พอใจ หรือผิดหวังในตัวเรา หรือเราไปทำอะไรให้ใครกระทบกระเทือนจิตใจหรือเปล่า เราเลยรู้สึกว่าโอเค ช่วงนี้จะพยายามอยู่อย่างไม่รู้ เมื่อเราควบคุมความรู้สึกของเราในตอนนี้ให้เข้มแข็งมากกว่านี้ไม่ได้ เราเลยเลือกที่จะเว้นวรรคไว้ก่อนดีกว่า อยู่อย่างไม่รู้ หรือ รู้เท่าที่รู้ดีกว่า สบายใจกว่า ช่วงนี้เอาจริง ๆ ผมเองก็แทบจะไม่ได้เล่นเลย เพราะด้วยงานด้วยแหละ เราทำงานค่อนข้างเยอะมาก”

วิธีนี้ทำให้นอยด์น้อยลงไหม
“น้อยลงมาก อย่างประโยคที่ผมโพสต์ไปนี้ ผมเชื่อว่าจะเปลี่ยนผมในอนาคตได้อย่างดีเยี่ยมเลย ผมเชื่อว่าทุกคนโดนอะไรแบบนี้ แต่การขจัดของทุกคนแตกต่างกัน ผมเป็นเด็กช่างพูด ช่างโพสต์ แต่หลาย ๆ คน ไม่ใช่แค่ดารา หรือศิลปินหรอกนะ ที่จะต้องเจอการพูดถึงที่เรางงบ้าง ที่เรา เอ๊ะ!! อะไรว้า ผมว่ามันอยู่ที่แต่ละคนจะมีทัศนคติแบบไหน หรือปล่อยวางได้มากแค่ไหน ตอนนี้ผมเองรู้สึกว่าปล่อยวางได้เยอะขึ้น จากที่หลาย ๆ คนสอน และจากสิ่งที่ผมผิดพลาดเองด้วย มันทำให้เรากลับมาทบทวนตัวเองปล่อยขึ้น พอเราทบทวนตัวเองปล่อยขึ้น เราก็มาดูว่าใครน่าเอาเยี่ยงอย่างบ้าง สมมติพี่สิง (ปราชญา เรืองโรจน์) ความเงียบของพี่สิงเหมือนน้ำนิ่ง เขาไม่ได้แสดงทุกอย่างออกมา เขามีการจัดกระบวนการความรู้สึก และแยกมันออกได้ดี หรือพี่เต (ตะวัน วิหครัตน์) ที่เขาเป็นคนที่มีทัศนคติคิดบวกมาก ๆ เราไม่ได้จะทำอะไรแบบที่ไม่เป็นตัวเองนะ แต่เรารู้สึกว่าบางครั้งมุมมองความคิดเรา มันไม่ถูกต้อง เราต้องแบ่งเอาของคนอื่นมาบ้าง”

พอมีคนมองว่าคริสเจอดราม่า อยากบอกอะไร
“อยากบอกว่าไม่ได้มีอะไร หรือแฟน ๆ ที่เป็นห่วงเรา ก็อยากบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง เพราะว่าตอนนี้เข้มแข็งแล้ว โอเคแล้ว พยายามใช้ชีวิตให้มีความสุข” .-ไนน์เอ็นเตอร์เทน

เข้าชม 7,513 ครั้ง


ดูข่าวเพิ่มเติม