ยอดผู้เสียหายคดี ดิไอคอนกรุ๊ป พุ่งต่อเนื่อง ล่าสุดทะลุ 5,648 ราย มูลค่าความเสียหาย 1,611 ล้าน

หลังกองบัญชาการตำรวจสอบสวน (CIB) ได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวน กรณีผู้เสียหายจำนวนมากมาร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด กับพวก ซึ่งมีพฤติการณ์การกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนและความผิดฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง ต่อมาศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา รวมจำนวน 18 ราย และเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ครบทั้ง 18 รายแล้ว อยู่ระหว่างการฝากขัง ล่าสุดวานนี้(20 ต.ค.67)ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) แจ้งความคืบหน้าคดีดังกล่าวดังนี้ ยอดผู้เสียหาย หลอกลวงลงทุน ของ บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป ที่มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารประชาอารักษ์ กองบังคับการปราบปราม วันที่ 19 ตุลาคม 2567 มีผู้เสียหายที่สอบปากคำแล้ว จำนวน 165 ราย มูลค่าความเสียหาย 55.7 ล้านบาทเศษ ยอดรวมสะสม ระหว่างวันที่ 10 – 20 ตุลาคม 2567 สรุปยอด ณ เวลา 15.00 น. มีจำนวนผู้เสียหายที่สอบปากคำแล้ว 2,875 ราย มูลค่าความเสียหายเฉพาะที่สอบปากคำแล้วรวม 979 ล้านบาทเศษ


ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) สรุปข้อมูลการรับแจ้งความร้องทุกข์ในคดีดิ ไอคอน กรุ๊ป จากศูนย์รับแจ้งความร้องทุกข์ตำรวจภูธรจังหวัดและกองบังคับการตำรวจนครบาล ประจำวันที่ 19 ตุลาคม 2567 รวมผู้เสียหาย 892 ราย มูลค่าความเสียหาย 207 ล้านบาทเศษ ยอดรวมสะสม ระหว่างวันที่ 18 –19 ตุลาคม 2567 มีจำนวนผู้เสียหายที่สอบปากคำแล้ว 2,773 ราย มูลค่าความเสียหายรวม 632 ล้านบาทเศษ ปัจจุบัน ยอดรวมผู้เสียหายที่เข้าให้ปากคำกับศูนย์รับแจ้งความร้องทุกข์ในคดีดิไอคอน กรุ๊ป จากศูนย์รับแจ้งความร้องทุกข์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 5,648 ราย มูลค่าความเสียหาย 1,611 ล้านบาทเศษ

ในส่วนของทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้ทำการตรวจยึด รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดประมาณ 225 ล้านบาท มีดังนี้ 1. รถยนต์จำนวน 29 คัน 2. บ้านและที่ดิน จำนวน 3 แปลง 3. เงินสด จำนวน 7,524,000 บาท 4. ทรัพย์สินมีค่าอื่น ๆ จำนวน 151 รายการ ได้แก่ นาฬิกา และของแบรนด์เนมต่าง ๆ 5. อาวุธปืน จำนวน 2 กระบอก ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ทุกกองบัญชาการเปิดศูนย์รับแจ้งความร้องทุกข์คดีดิไอคอน กรุ๊ป ทั่วประเทศ ในวันที่ 18 ตุลาคม 2567 โดยมีศูนย์รับแจ้งเหตุของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเป็นโมเดลต้นแบบ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้เสียหาย ลดความยุ่งยากในการแจ้งความ ทั้งยังกำชับให้ผู้บังคับบัญชาตรวจสอบดูแลการรับแจ้งความอย่างใกล้ชิด มิให้มีการปฏิเสธการรับแจ้งความโดยเด็ดขาด ตำรวจสอบสวนกลางโดยคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนทุกนาย อยู่ระหว่างเร่งรัดสรุปข้อมูลทั้งจากการสอบปากคำผู้เสียหาย ข้อมูลจากฝ่ายสืบสวน และข้อมูลจากวัตถุพยานต่างๆ ตลอดจนรับข้อมูลการสอบปากคำผู้เสียหายจากศูนย์รับแจ้งความร้องทุกข์ทั่วประเทศ หากมีความคืบหน้าสำคัญเพิ่มเติมจะแถลงให้สื่อมวลชนทราบในครั้งต่อไป และขอแจ้งเตือนว่าทรัพย์สินอื่นของผู้ต้องหา ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน นั้น หากผู้ใดโอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น หรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นไม่ว่าก่อน ขณะหรือหลังกระทำความผิด มิให้ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลงในความผิดมูลฐาน หรือกระทำด้วยประการใด ๆ เพื่อปกปิดหรืออำพรางลัษณะที่แท้จริงการได้มาแหล่งที่ตั้ง การจำหน่าย การโอน การได้สิทธิใด ๆ ซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด หรือมีการได้มา ครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สิน โดยรู้ในขณะที่ได้มา ครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สินนั้นว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ย่อมมีความผิดฐานฟอกเงิน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจั้งปรับ


กรณีมีข้อสงสัย ต้องการแจ้งเบาะแส ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับกรณีหลอกลวงขายทองรูปพรรณ ของ น.ส.กรกนก-นายกานต์พล และ กรณีการขายตรงของบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป สามารถโทรสอบถามได้ที่ สายด่วน 1599 ทั้งนี้หากมีข้อมูลเบาะแสเพิ่มเติมกรณีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สามารถแจ้งมาได้ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เพื่อดำเนินการต่อไป.-ไนน์เอ็นเตอร์เทน


เข้าชม 42 ครั้ง
ดูข่าวเพิ่มเติม