ลูกชาย “วิทยา ศุภพรโอภาส” แถลงสาเหตุการเสียชีวิต ตั้ง 5 ปมสงสัย รอผลชันสูตร 45 วัน และรอโรงพยาบาลชี้แจง

หลังการเสียชีวิตของ “วิทยา ศุภพรโอภาส” บุคคลสำคัญแห่งวงการลูกทุ่งไทย ในวัย 72 ปี ในระหว่างการรักษามะเร็งปอด ก่อนหน้านี้ลูกชายคนโต “เป้ ศุภวิทย์” ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กระบุว่า “สาเหตุการเสียชีวิตของคุณพ่อ ไม่ได้เกิดจากโรคมะเร็งปอด แต่สาเหตุของการเสียชีวิตคือสมองตาย โดยเกิดจากการช่วยเหลือที่ผิดพลาดล่าช้า และบกพร่องเรื่องอุปกรณ์ รายละเอียดรอผลการชันสูตรและจะแถลงข่าวให้ทราบครับ” นั้นจึงทำให้แฟนคลับหลายคนเกิดข้อสงสัยว่าแท้จริงแล้วสาเหตุการเสียชีวิตของ “วิทยา” คือเรื่องใดกันแน่


ล่าสุดวันนี้ ( 28 เม.ย.65 ) ก่อนพิธีสวดพระอภิธรรมศพคืนสุดท้ายลูกชายคนโต “เป้ ศุภวิทย์” ตั้งโต๊ะแถลงข่าวชี้แจงพร้อมด้วย “ธัญญา โพธิ์วิจิตร” หรือ “เป็ด เชิญยิ้ม และทนายความ มั่นใจว่าจริงๆ คุณพ่อไม่ได้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง แต่เสียชีวิตจากอาการสมองตาย โดยย้อนกลับไป 5 ปีก่อน แพทย์ตรวจพบมะเร็งลำไส้ ซึ่งได้ผ่าตัดและให้คีโมที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ต่อมามีการตรวจเช็คทั้งเลือดและส่องกล้อง จนไม่พบค่ามะเร็ง กระทั่งเดือนกันยายนปี 2564 คุณพ่อมีอาการไอ แล้วมีเลือดออกในเสมหะ ซึ่งหมอวินิจฉัยว่าเกิดจากกล่องเสียงอักเสบ และเป็นแผล แต่เพื่อความมั่นใจจึงเอ็กซเรย์ปอด จากนั้นจึงพบจุดก้อนมะเร็ง จึงได้วางแผนการรักษามะเร็ง

โดยให้คีโมทั้งหมดมาแล้ว 8 ครั้ง เดือนละ 1 ครั้ง ก่อนที่แพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัดก้อนเนื้อในปอดเพื่อยืดอายุอีก 10 ปี ซึ่งก็ได้ตกลงผ่าตัด มีการเซ็นยินยอมการรักษา ตามระบบแต่ยอมรับไม่ได้มีการอ่านเอกสารโดยละเอียด กระทั่งวันที่ 3 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา ร่างกายของคุณพ่อพร้อม การผ่าตัดใช้เวลาผ่าตัดร่วม 5 ชั่วโมง จนช่วงเวลาบ่าย 3 โมงคุณพ่อฟื้นทักทายได้ตามปกติ ก่อนที่ตี 3 ของวันที่ 4 เมษายน ได้รับการติดต่อจากโรงพยาบาลว่าคุณพ่ออาการไม่ดี ก่อนจะมีแพทย์เดินมาแจ้งให้ญาติทราบว่าจะต้องมีการยืมอุปกรณ์ พยุงปอดและหัวใจ (ECMO) จากอีกโรงพยาบาลมา ซึ่งใช้เวลาขนย้ายราว 3 ชั่วโมง และต้องย้ายคุณพ่อไปรักษาอีกโรงพยาบาลหนึ่ง


ก่อนที่แพทย์จะมาเล่าให้ฟัง มีการอัดอากาศหายใจทำให้ปอดแตก ทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ โดยสิ่งที่น่าเป็นห่วงในตอนนั้นคือ พ่ออาจไม่ตื่นขึ้นมาอีกหรืออาจจะต้องตัดแขนซ้ายทิ้ง เนื่องจากในระหว่างการช่วยเหลือ สมองขาดออกซิเจนและเลือดไปเลี้ยงที่แขนซ้ายไม่เพียงพอ
ย้ำว่าถ้าอุปกรณ์ที่โรงพยาบาลมีครบพ่อคงไม่ตกอยู่ในอาการแบบนี้ ประเด็นที่ครอบครัวสงสัย คือ
1.การประเมินการผ่าตัดถูกต้องไหมรวมไปถึงความพร้อมหลังการผ่าตัดปอด

  1. หลังเหตุการณ์ผ่าตัดที่คุณพ่อฟื้น แต่กลับเกิดเหตุการณ์วิกฤตขึ้นทั้งๆ ที่อยู่ ICU
  2. การผ่าตัดและช่วยการหายใจ จนปอดฉีด แบบนี่เรียกว่าถูกต้องไหม
  3. เมื่อคุณพ่อเข้าขั้นโคม่า มีการขอยืมอุปกรณ์จากอีกโรงพยาบาล ซึ่งใช้เวลาล่าช้าเกินไปไหม เพราะถ้ามาเร็วเหตุการณ์สมองตายก็คงไม่เกิดขึ้น
  4. แล้วหากโรงพยาบาลรู้ว่าไม่มีเครื่องนี้ โรงพยาบาลควรผ่าตัดที่นั่นหรือเปล่า

    ซึ่งที่ผ่านมาโรงพยาบาลได้ติดต่อแสดงความเสียใจแต่ปฎิเสธการอธิบายสาเหตุการเสียชีวิต ค่ารักษาพยาบาลของคุณพ่อครั้งนี้มีมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท เรื่องกฎหมาย โดยหลังจากนี้ขั้นตอนการผ่าชันสูตรพลิกศพอยู่ในขั้นการตรวจและจะทราบผล 45 วัน หลังจากนี้ ในแง่กฎหมายยังต้องรอทางโรงพยาบาลชี้แจงก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไรหลังจากนี้ .-ไนน์เอ็นเตอร์เทน
เข้าชม 290 ครั้ง
ดูข่าวเพิ่มเติม