“เสือ เสฏกานต์” โพสต์ตอบปัญหาเรื่องครอบครัวครั้งแรก เผยพร้อมพาแม่ไปตรวจจิตเวช ย้ำบ้านไม่ปลอดภัยจริง ๆ

ในที่สุดเราก็ได้เห็นความเคลื่อนไหวของทางฝั่งลูกชายอย่าง “เสือ เสฏกานต์” กันแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางฝั่งของคุณแม่ “กานต์ วิภากร” รัวโพสต์ถึงเรื่องราวปัญหาครอบครัว และเอ่ยถึงลูกชายอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้ทางด้านของหนุ่มเสือ ก็ไม่ได้โพสต์ตอบโต้ แถมยังตั้งค่าบัญชีอินสตาแกรมของตนเองให้เป็นส่วนตัว หรือแม้แต่วันที่เจ้าตัวและน้องสาว เข้าไปร้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ก็ไม่ได้อธิบายหรือตอบคำถามเกี่ยวกับปัญหาครอบครัวทั้งสิ้น


ล่าสุดเมื่อวันก่อน ( 9 ม.ค.65 ) เจ้าตัวก็ได้เปิดบัญชีอินสตาแกรมเป็นสาธารณะ พร้อมทั้งโพสต์ข้อความอธิบายผ่านอินสตาแกรม @settakarn_ ซึ่งระบุแคปชันว่า “คำตอบของผม รักและคิดถึง”
พร้อมทั้งภาพข้อความอธิบายเรื่องราวต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องของการตรวจจิตเวช ที่ผู้เป็นแม่เคยโพสต์แจ้งว่า ถ้าลูกต้องการให้แม่ตรวจไม่ต้องไปขออำนาจใครมาบังคับ สามารถมารับแม่ไปตรวจได้เลย ซึ่งหนุ่มเสือได้โพสต์ภาพข้อความอธิบายว่า

“ผมอยากตอบในเรื่องไปตรวจสุขภาพจิตก่อนนะครับ ตอนนี้มีประเด็นมาว่า เสือบอกให้แม่ไปตรวจ แต่ก็ไม่ยอมพาไปซักที แม่โพสต์ให้ไปรับ ไปตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งนึง ตอนวันพฤหัสบดี ที่ 6 ที่ผ่านมา ก่อนอื่นเลย ผมไม่เห็นด้วยกับการที่ต้องโพสต์นัดกันแบบนี้เลย ถ้าอยากไปทำไมต้องไปให้คนรู้ ให้คนทำข่าว ผมเห็นว่านี่ไม่ใช่อะไรที่ต้องเป็นข้อมูลที่ต้อง public แบบนี้เลย อีกอย่างนึงที่ผมอยากจะบอกคือผมอยากให้ไปตรวจกันที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา รพ.นี้เป็นที่เข้มงวดในการตรวจและรักษา ตรวจทุกอย่างได้ดีและละเอียด หมอชำนาญเรื่องจิตเวชมากที่สุดในประเทศ และเป็นที่แรกที่แม่เสนอมาด้วย น้องก็เห็นด้วยกับที่นี้ ที่สำคัญสุดคุณพ่อก็เคยมารักษาที่นี่แล้วผมเห็นว่ามีการบำบัดรักษาจริงจัง ผมไม่ได้ว่าอีกที่นึงไม่ดีนะครับ แต่ถ้าจะตรวจทีเดียวให้ชัวร์ผมเชื่อใจที่นี่มากที่สุด แม่ส่งมาว่าพ่อไม่ให้ไปที่สมเด็จฯ แต่ผมโทรไปปรึกษาพ่อแล้ว เขาบอกว่าไม่ได้ห้ามหรือมีอะไรกับที่นี่เลย ตอนที่พ่อไปบำบัดเขาก็ไม่ได้มีทางเลือก รพ.ด้วยเลย แม่โพสต์ว่ายอมลูกตั้งแต่เกิด งั้นยอมไปตรวจที่ที่ผมว่าดีและเหมาะสมที่สุดจะดีกว่า


เหตุผลที่ผมเชื่อว่าเขาป่วย ผมอยากบอกก่อนว่าผมไม่ได้ว่าแม่ป่วยหรือเป็นบ้าอะไรตามที่แม่อาจจะเคยเห็นออนไลน์ แต่ผมสังเกตมาหลายๆ ปีมาก ทั้งเรื่องการงาน การคุย การใช้ชีวิต การตัดสินใจและอารมณ์ต่าง ๆ ที่ผมเห็นมาเรื่อยๆ ผมไม่ใช่คนเดียวแน่นอนที่สังเกตอะไรพวกนี้ได้ ครอบครัวและคนใกล้ชิดมากมายก็รู้และเห็นด้วยกันหมดแต่ไม่มีใครกล้าออกมาบอกหรือพูดได้ ในวันที่เกิดเหตุการณ์ล่าสุดทำให้ผมต้องออกมาข้างนอกเป็นวันที่ผมเห็นสีหน้าและอารมณ์ที่ผมไม่อยากที่จะต้องเห็นเลย รู้เลยว่าไม่ปกติจริง ๆ ที่ๆเป็นบ้านไม่ปลอดภัยจริง ๆ ผมไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้มาถึงจุดนี้ได้ แต่ผมไม่อยากให้มันต้องหนักไปมากกว่านี้แล้ว

แม่ก็บอกต่อมาให้เอาน้องกวางไปตรวจด้วย ถ้าจะให้สบายใจผมก็โอเค แต่ผมไม่เห็นว่าการตรวจสุขภาพจิตเป็นอะไรที่ต้องท้ากันเลย ถ้าจริงใจตรวจทำไมต้องคิดว่าคนอื่นป่วยด้วย ที่คิดว่าตัวเองป่วยการตรวจและบำบัดเป็นการดูแลตัวเองที่ดีมาก ไม่ใช่การเอาชนะคนอื่นเลย พูดถึงกวางนะครับ ถ้าจะให้เขาตรวจ ผมบอกตรงๆ เลยว่าน้องกวางเป็นโรคทางสุขภาพจิตมาเป็นหลายปีแล้ว รวมไปถึง depression (โรคซึมเศร้า) ,anxiety disorder (วิตกกังวล) และ adhd (สมาธิสั้น) แต่น้องก็ยอมรักษาและขยันในการทำให้ตัวเองดีขึ้นจนถึงวันนี้ เขาเป็นคนที่เก่งมากและแข็งแรกมาก จริง ๆ น้องเป็นโรคพวกนี้เพราะอะไรก็ขอให้น้องพูดเองเรื่องนี้ดีกว่า
ผมสนับสนุนให้คนเราคุยกันเรื่องสุขภาพจิต mental health ให้มากขึ้น มันไม่ใช่อะไรที่ต้องอายเลย การที่เราคิดว่าเราป่วยหรือรู้ว่าป่วยทางจิตไม่ใช่อะไรที่ไม่ดีเลย เราควรกล้าคุยกันเรื่องนี้และช่วยกันสู้ต่อไปให้สุขภาพเราดีขึ้น

สุดท้ายเลย การที่ผมจะต้องออกมาโพสต์แบบนี้เป็นอะไรที่ผมไม่ชอบเลย ผมเห็นว่าเรื่องครอบครัวไม่ควรต้องออกมาในที่สาธารณะขนาดนี้ (ผมรู้ว่าผมออรายการและแถลงข่าวตอนวันที่ 4 ม.ค ผมทำไปเพื่อชี้แจงประเด็นกล่าวหาที่ไม่ถูกต้องที่ได้รับมา) แต่ในกรณีที่แม่โพสต์เยอะมาก และผมไม่พูดอะไรออกมาเลย ผมก็เลยต้องมาพูดให้แม่และทุกคนรับฟังด้วย เพราะหลายคนก็ได้เห็นและตัดสินใจในคำของฝ่ายเดียว สิ่งที่คนพิมพ์มาหาผมเยอะๆ คุณไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นเลยจริง ๆ คุณไม่รู้ว่าผมโดนอะไรมาและเจออะไรมา ตามที่ผมบอก แต่ละครอบครัวมันไม่เหมือนกันเลย คุณอาจจะเห็นเหตุการณ์ของครอบครัวผมตามสื่อ แต่ชีวิตจริงมันลึกกว่านั้นเยอะ ชีวิตจริงของผมมันไม่ได้อยู่แต่ในข่าวนะครับ


เสือพร้อมที่จะพาแม่ไปตรวจที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา วันที่แม่กลับมาจากต่างจังหวัดก็ดี ผมไม่มีรถเพราะแม่ยึดไปแล้ว จะให้เอาแท็กซี่ไปรับก็เสี่ยงโควิดอันตรายมากช่วงนี้ ปลอดภัยที่สุด คือไปเจอกันที่ รพ. เลย เฉพาะพ่อแม่และลูกๆ มาเจอกันไม่ต้องมีบุคคลที่3 ถ้าไม่ได้จริง ๆ เดี๋ยวหาทางกัน ไม่ใช่ปัญหาใหญ่

เรื่องทุกอย่างผมปรึกษากันกับน้องกวางโดยตรงและเห็นตรงกัน ไม่มีใครมาเกี่ยวข้องหรือมาปั่นความคิด เรื่องและประเด็นอื่นที่เกิดขึ้น ถ้ามีโอกาสผมจะบอกทุกอย่างทีเดียวเลยนะครับ ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจและให้กำลังใจมาตลอดมาก ๆ เลยนะครับ จากใจผม” .-ไนน์เอ็นเตอร์เทน

เข้าชม 1,000 ครั้ง
ดูข่าวเพิ่มเติม