“มด” ตัดใจลาออกจากการเป็นแอร์ฯ หวนวงการรับงาน 100 %

ทำเอาแฟน ๆ ใจหายไม่น้อย เมื่อได้เห็นอดีตนักร้องดูโอ้ “มด ณปภัช” โพสต์ภาพบัตรประจำตัวพนักงานสายการบินแห่งหนึ่ง พร้อมแคปชันระบุให้รู้ว่าเจ้าตัวลาออกจากการเป็นแอร์โอสเตสสายการบินดังกล่าว ผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว @modnapapat พร้อมข้อความระบุว่า “It’s time to say… Goodbye 😶 #ลาออกจากการเป็นแอร์โฮสเตส” หลังสาวมดตัดสินใจเฟดตัวเองออกจากงานในวงการบันเทิงเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว เพื่อไปสมัครเป็นลูกเรือและทำการเทรนด์จนได้ติดปีกขึ้นบินสมใจ


ล่าสุด “มด” เปิดใจถึงเรื่องนี้ผ่านทางช่องยูทูบ : Mod Napapat ระบุว่าอยากจะพูดเรื่องนี้ด้วยตนเอง ยอมรับการการลาออกครั้งนี้ใช้เวลาคิดนาน และตัดสินใจยากมาก เพราะกว่าจะสมัครและเทรนจนได้ขึ้นบินก็ใช้เวลานานเหมือนกัน ส่วนสาเหตุที่ตัดสินใจลาออก เพราะช่วงหลังตนเริ่มทำยูทูบเบอร์ ก็มีทำงานในวงการติดต่อเข้ามามากขึ้น แล้วไม่ใช่งานของตนคนเดียว แต่เป็นงานกับดูโอ้อย่าง “โฟร์ ศกลรัตน์” ด้วย จริงมีการติดต่องานคู่เข้ามาตั้งแต่ตอนเป็นแอร์โอสเตสแล้ว แต่ตอนนั้นตารางบินของตนยังมีอยู่และค่อนข้างแน่น ทำให้ค่อนข้างยากที่จะตัดสินใจรับงาน ตนก็ได้มีการพูดกับโฟร์ไปตรง ๆ ด้วยความเกรงใจ ว่าด้วยงานของตน ณ ขณะนั้นมันยากที่จะตัดสนใจรับงาน แต่โฟร์ก็บอกว่าไม่เป็นไร เอาที่ตนสะดวก ทำให้ตนยิ่งเกรงใจดู้โอ้ของตนมาก เพราะมันก็ยังพอรับได้

ทำให้ตนเริ่มกลับมาคิดว่าหากสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ สามารถกลับมาบินได้เหมือนเดิม แล้วตารางบิน 70-80 ชั่วโมงต่อเดือน ตนรู้ร่างกายตัวเองในช่วงที่บินเยอะ ๆ ว่าถ้ามีวันหยุดจะไม่อยากทำอะไรเลย จะทิ้งร่างพักผ่อน เพราะการบินค่อนข้างเหนื่อย กระทั่งกลับมาถามตัวเองว่าร่างกายเราไหวไหม ได้คำตอบว่าไม่น่าไหวถ้าจะทำอะไร 2 อย่างไปพร้อมกัน เพราะเวลาทำอะไรตนทำจริงจัง และตนไม่โอเคหากทำงานแล้วจะต้องไปเป็นภาระให้ใคร จึงตัดสินใจปรึกษาคนรอบข้างทุกคนให้ความเห็นตรงกันว่าถ้าไม่ไหวก็อย่าฝืน


ส่วนที่หลายคนมองว่าที่ตัดสินใจลาออกเพราะมีปัญหากับสายการบินหรือเปล่า มดยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหากัน และไม่ได้โดนไล่ออก แต่ตนสมัครใจที่จะลาออกเอง การทำงานเป็นแอร์โอสเตสทำให้ตนได้อะไรเยอะมาก ไม่ว่าการจัดการตัดเอง จัดการเวลา รวมถึงความรู้ใหม่ ๆ ที่ไม่คิดว่าจะได้เรียนรู้ เช่น ความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ความปลอดภัยต่าง ๆ การใส่ใจดูแลคนอื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี ที่สำคัญทุกคนในบริษัท รวมถึงแผนกที่ตนทำงาน ทำงานกันเหมือนคนในครอบครัว มีอะไรก้สามารถปรึกษากันได้ทุกเรื่อง ขอบคุณทุกคนมาก ๆ ที่คอยเอ็นดู และเข้าใจเหตุผลในการตัดสินใจ ทั้งยังให้กำลังใจตน ส่วนในอนาคตตนจะกลับมาทำงานในวงการบันเทิง 100 เปอร์เซ็นต์.-ไนน์เอ็นเตอร์เทน

เข้าชม 4,159 ครั้ง
ดูข่าวเพิ่มเติม