“หลิว” งงหนัก เจอดราม่าอุ้มสุนัขใส่บาตร รอพระยืนยันความเหมาะสม ถ้าผิดจริงก็พร้อมแก้ไข

งานเข้าเต็ม ๆ หลังนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง “หลิว อาจารียาโพสต์ภาพที่ตนเองอุ้มสุนัขตักบาตรผ่านเฟซบุ๊กเพจ : หลิว อาจารียา พรหมพฤกษ์ ก็เจอชาวเน็ตดราม่าเข้ามาคอมเมนต์ทักท้วงว่าการกระทำดังกล่าวเหมาะสมหรือเปล่า ทั้งยังแนะนำวิธีการตักบาตรที่ถูกที่ควรให้ลูกทุ่งคนดัง
.
ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า “ขอแจงในบางเม้นท์ นะคะที่หลิวอุ้มน้องหมาใส่บาตรเพราะอยากให้น้องหมาได้ทำบุญด้วยกัน หมาใครใครก็รักค่ะ พระท่านไม่ได้ว่าอะไร คุณเป็นคนธรรมดา ทำไมถึงต้องสงสัยและว่ากันนัก ถ้าหากการทำบุญของหลิวครั้งนี้มันผิดธรรมเนียมที่ต้องถวายด้วยมือสองข้างหลิวเชื่อว่าถ้าได้ใส่กับพระสงฆ์ที่มีจิตเมตตาท่านก็คงให้บุญหลิวเช่นกัน ส่วนคนที่ตำหนิ หลิวจะไม่ถือโทษโกรธแต่ขอเปรียบให้เหมือนจิตใจที่เหมือนบัวที่ยังไม่โผล่พ้นน้ำ และถ้าผิดมากจริงๆ หลิวน้อมรับและจะปฎิบัติใหม่ในครั้งหน้า แต่แค่มองว่าเรื่องแค่นี้ก็มาตำหนิกัน มันไม่เข้าท่าเลยค่ะ”
.
แต่ก็ยังโดนคอมเมนต์ถล่มยับ ล่าสุด “หลิว” ได้เปิดใจถึงดราม่าดังกล่าวผ่านสัมภาษณ์วิดีโอคอลกับทีมข่าวไนน์เอ็นเตอร์เทนว่ารู้สึกงงที่โดนคอมเมนต์ถล่ม 200 กว่าข้อความหลังอุ้มน้องหมาตัวโปรดตักบาตร ที่ทำอย่างนั้นความตั้งใจคืออยากให้น้องหมาได้บุญด้วยบวกกับวันนั้นไม่มีคนอุ้มน้องหมาให้ด้วย ตนจึงต้องอุ้มน้องเอง
.
ส่วนที่คนมองความสะอาดขนจะร่วงลงไปในบาตรหรือไม่ ตนก็ระมัดระวังอย่างดี อาหารที่ถวายพระก็ใส่ถุงมัดมิดชิดและพระท่านก็ไม่ได้ตำหนิ แต่ทำไมคนอื่นจึงเดือดร้อนแทน หากเจอพระองค์ดังกล่าวจะถามให้แน่ใจว่าตนทำผิดหรือไม่
.
นอกจากนี้ “หลิว” ยังการออกมาโพสต์ชี้แจงของตนเองไม่ได้ทำเพราะต้องการตอบโต้ชาวเน็ต แต่แค่ยากชี้แจงเพราะมี 3-4 รายที่ว่าตนเกินไป อยากให้ฟังในมุมตนเองบ้างเท่านั้น ล่าสุดยังโดนดราม่าซ้ำ เรื่องนั่งยอง ๆ ไหว้พระคือพื้นตรงนั้นสกปรกตนก็ไม่อยากเอาเท้าไปเหยียบ ต่อไปก็แก้ปัญหาด้วยการเอารองเท้ารองเข่าแทนคนจะได้ไม่ตำหนิอีก
.
ยืนยันยังจะทำบุญตักบาตรต่อไป ส่วนเรื่องน้องหมาตนก็จะรอคำตอบจากทางพระว่าผิดหรือไม่ผิด หากตนผิดก็พร้อมปรับตัวให้เหมาะสม หากไม่ผิดก็ทำกิจวัตรอย่างเดิม
.
ฟุ้งธุรกิจอาหารเสริมไปได้สวย รายได้ดีกว่าที่คิด ตนเคยผ่านประสบการณ์เจ๊งมาแล้ว เรียนรู้จนมาถูกทางธุรกิจนี้ช่วยเลี้ยงชีวิตช่วงไร้งานร้องเพลงได้ดี”.-ไนน์เอ็นเตอร์เทน


เข้าชม 6,481 ครั้ง
ดูข่าวเพิ่มเติม