“พอร์ช ศรัณย์” แจ้งความเอาผิดคนหมิ่นประมาท ฝากถึงโพสต์ยุแยง รอรับหมายได้เลย

ทำเอาพระเอกอารมณ์ดี “พอร์ช ศรัณย์ ศิริลักษณ์” ทนไม่ไหว หลังมีเพจหนึ่งนำรูปเขากับแฟนเก่า พร้อมกับข้อความที่ถูกอ้างว่าแฟนเก่าอย่าง “เกรซ ชลิตา” โพสต์สตอรี่ถึงดาราชายคนหนึ่ง จนทำให้มีคนเข้าไปคอมเมนต์ต่อว่า ด่าทอหนุ่มพอร์ชอย่างมาก รวมถึงมีบางคอมเมนต์ที่ระบุข้อความต่าง ๆ นาน ทั้งเรื่องของการที่ว่า ฝ่ายชายทำร้ายร่างกาย หรือข้อความที่เป็นการยุแยงทำให้เกิดความเข้าใจผิดในตัวพระเอกคนดัง
ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นวันนี้ (18 เม.ย.2564) พอร์ชได้เดินทางไป ที่ สน.ร่มเกล้า เขต ลาดกระบัง พร้อม “ทนาย เจมส์นิติธร” ทนายความส่วนตัว เพื่อเข้าแจ้งความเพจดัง และเกรียนคีย์บอร์ด ในข้อหาหมิ่นประมาททำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

พอร์ช : “เรื่องที่มีคนมาโพสต์ถึงผมไม่ดีในเพจ ๆ หนึ่ง แล้วมันดันมีรูปผม มีชื่อผมด้วย ส่งผลทำให้มีคนเข้าใจผิดและเข้ามาเม้นต์ด่ารุนแรง และมีคนเข้ามาคอมเมนต์ทำให้ผมกลายเป็นคนผิดอีกด้วย ก็ยุยง ปั่นอะไรแบบนั้น โพสต์นั้นมันมาจากเพจ แต่ผมไม่รู้ว่าเขาเอามาจากไหน”
ข้อความไหนทำให้เรารู้สึกว่าต้องออกมาปกป้องศักดิ์ศรีตัวเอง
พอร์ช : “โอ้โห หลายอันมาก ๆ เยอะมาก ๆ ที่เห็นนะ ไม่ได้มีพูดดีสักอัน แต่ก็มีบางอันที่อ่านแล้วเขาระบุตัวตนว่าเป็นเรา คือถ้าอ่านเฉย ๆ แล้วไม่รู้สึกว่าเป็นเราก็โอเค แต่บางอันคือพูดแล้วดันมีชื่อเรา กลายเป็นว่าคนที่อธิบายมาในคอมเมนต์เนี่ย ทำให้คนอื่นเข้าใจว่าเป็นพอร์ชนี่เอง ตั้งแต่เพจที่เอามาลงแล้วว่ามีทั้งหน้าและชื่อเรา”
ในส่วนของที่มาแจ้งความ
ทนายเจมส์ : “วันนี้ที่เข้ามาแจ้ง น้องก็พูดไปเกือบหมดแล้วว่าจุดประสงค์ที่มาแจ้งวันนี้คือเราไม่รู้ว่าเขาเอาข้อมูลมาจากไหนแล้วมาโพสต์ ไอจีของน้องจริง ๆ หรือเปล่าไม่รู้ อันนี้เป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะไปสืบสวน สอบสวน แต่ที่แน่ ๆ คือมีรูปหน้าน้องอยู่ น้องก็เลยเสียหาย แถมมีชื่ออีก แม้จะเป็นชื่อเล่นก็ตาม กำลังจะบอกว่าถึงแม้ในกระทู้จะไม่มีชื่อของน้องพอร์ชอยู่ แต่การที่มีรูปอยู่มันทำให้รู้ว่าเป็นใคร อันนี้ก็มีความผิดได้ ต้นโพสต์เองที่ผมไปอ่าน ต้นโพสต์ไม่ได้พูดถึงใครเลย แค่บอกว่าดาราชายคนหนึ่งแค่นั้นเอง แต่การที่เอารูปไปแปะทำให้คนเข้าใจเลยว่าเป็นพอร์ช
เบื้องต้นก็เป็นข้อหาหมิ่นประมาท ถ้าเอกสารเป็นเอกสารปลอมก็อาจจะมีการนำเข้าข้อมูลเป็นเท็จด้วย ตรงนี้ต้องดูก่อน เป็นหน้าที่ของตำรวจ”



เกรียนคีย์บอร์ดโดนกี่คน ที่จะเอาเรื่องวันนี้
ทนายเจมส์ : “เดี๋ยวต้องดูก่อน เพราะว่าหลังจากที่มีข่าวออกไปก็มีคนติดต่อมาขอโทษก็มี ซึ่งตรงนี้ผมก็ปรึกษากับน้องว่าอันไหนที่พออะลุ่มอะล่วยได้ก็ผ่อนปรนไป แต่บางอันมันหนักจริง น้องไปทำร้ายร่างกายเขาอย่างนี้ มันทำให้ภาพน้องเสีย”
พอร์ช : “มันกลายเป็นเรื่องอื่นแล้ว มันกลายเป็นเรื่องที่ไม่ได้อยู่ในโพสต์แล้ว เริ่มมาขุดนั่น นี่ โน่น เริ่มมาต่อว่า ซึ่งสิ่งที่คุณพูดมามันไม่ได้มีหลักฐาน แล้วผมรู้สึกว่าการที่คุณมากล่าวหาคนอื่นโดยไม่มีหลักฐาน มันสามารถทำให้คนอื่นเข้าใจผิดได้ จริง ๆ ผมเป็นคนไม่ค่อยอะไรมากอยู่แล้ว โดนว่า โดนอะไรมา ผมก็เฉย ๆ กับมัน เพราะรู้สึกว่าเดี๋ยวมันก็คงผ่านไป แต่ว่าหลัง ๆ มันเริ่มไม่ไหว เริ่มมีคนมาแท็กทีม เริ่มมีคนมาต่อว่าผม ผสมโรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งคุณไม่รู้ข้อเท็จจริง และคุณก็ไม่รู้ว่าไปฟังมาจากใครหรือเปล่า เอามาพูดต่อเป็นเรื่องตลก สนุกสนาน ซึ่งตัวผมก็พยายามตลกกับทุกเรื่องที่เกิดขึ้น แต่บางทีมันก็ตลกไม่ออก บางทีมันกลายเป็นว่าทำให้เราเสื่อมเสียชื่อเสียง แล้ววันนี้ซึ่งผมแทบจะไม่เคยมีปัญหาอะไรกับใครเลย ผมก็ต้องออกมาปกป้องสิทธิ์ของตัวเองครับ ถามว่าเครียดไหม จริง ๆ ก็เครียดเหมือนกันนะ เพราะว่าคือถ้าด่านิดหน่อย ก็เข้าใจได้ แต่อย่างที่บอกว่ามันกลายเป็นมีเรื่องอื่นขึ้นมา ที่มันไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ กลายเป็นว่ามันมีคนเข้าไปปั่นให้ผมดูแย่ขึ้นไปอีก มันก็กลายเป็นว่า เอ้ย! ผิดประเด็นแล้ว คุณจะด่า จะว่าอะไรผม ช่วยพูดเรื่องจริง หรือคุณช่วยมีหลักฐานในการที่จะมานั่งว่าคนอื่น ถ้าไม่มีหลักฐาน คุณไม่สมควรพูด ไม่สมควรออกมาคอมเมนต์ให้เป็นเรื่องสนุกสนาน เพราะฉะนั้นอย่างที่บอกผมออกมาปกป้องสิทธิ์ของผม สำหรับคนที่ไปโพสต์ปั่นหรืออะไร ผมมีหลักฐานหมด ยังไงก็รอรับหมาย แล้วก็มาชี้แจงกันว่าคุณพูดถึงผมหรือเปล่า ว่ายังไง ก็เจรจาได้ครับ ลองคุยดู”
คนบันเทิงโดนอะไรแบบนี้เยอะ เราเองก็ไม่ยอมแล้วใช่ไหม
พอร์ช : “ก็คงต้องไม่ยอม เพราะมันกลายเป็นเรื่องอื่น โยงเป็นเรื่องอื่น โน่น นี่ นั่น คนออกมาแฉผม โน่น นี่ นั่น คือคุณไม่มีหลักฐาน คุณไม่ควรจะมานั่งพูดแบบนี้ แล้วหลัง ๆ มามันเริ่มมีชื่อผมขึ้นไปอยู่ในคอมเมนต์เยอะมาก กลายเป็นว่ามานั่งฟังตอนแรกคนก็คงรู้แหละว่าใคร แต่บางคนก็ปั่นจนคนรู้ คนเชื่อไปอย่างนั้น กลายเป็นว่าทุกคนมองผมเป็นภาพลบ ผมก็รู้สึกแย่ จริง ๆ ก็ไม่ได้อยากให้มันเป็นเรื่อง แต่บางทีเราก็ต้องปกป้องตัวเรา ถ้าบางทีสิ่งที่เราไม่ได้ทำ เราก็ต้องออกมาอธิบายครับ”


ได้คุยกับอดีตแฟนเราไหมว่าโพสต์แบบนี้แล้วมีผลกระทบถึงเรา
พอร์ช : คือประเด็นจริงๆ ผมจะเป็นคนไม่ค่อยได้ใส่ใจอะไรมาก ผมก็ยังไม่ได้ไปสืบมาว่าสรุปเขาโพสต์มาจากโพสต์ของเขา คือผมเห็นมาจากเพจ ผมก็ไม่รู้ว่าเขาโพสต์หรือเปล่า ผมก็ไม่แน่ใจ ก็ต้องให้เขาสืบดูอีกทีว่าสรุปว่ามันมาจากโพสต์นี้หรือเปล่า แต่ก็ไม่ได้ซีเรียส เพราะส่วนตัวผมเอง ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับน้อง เลิกกันมา 4-5 ปีแล้ว สมมติว่าผมต้องไปว่าใครหรือพูดถึงใครไม่ดี คุณต้องมีหลักฐานนะว่าผมทำ คุณจะมาว่าผมไปทำในสิ่งที่ผมไม่ได้พูดไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็ยินดี ถ้าเกิดว่ายังไงก็แล้วแต่ ถ้าจะคุยกัน ปรับความเข้าใจ อันนี้โอเค”
วันนี้มาคือไม่เกี่ยวกับอดีตคนรักใช่ไหม
พอร์ช : “ไม่เกี่ยวครับ”
ทนายเจมส์ : “กรณีนี้ น้องเขาไม่ได้ไปเอาผิดกับอดีตคนรัก แต่เขาจะเอาผิดกับคนที่ไปคอมเมนต์และพูดเรื่องที่ไม่จริง ทำให้เสียหาย” .-ไนน์เอ็นเตอร์เทน


เข้าชม 8,321 ครั้ง
ดูข่าวเพิ่มเติม