“เคลลี่” เปิดใจเสียงสั่น! เล่าสาเหตุเลิก “น้องนาย” ยัน ไม่มีมือที่สามทั้งสองฝ่าย

เป็นเรื่องน่าตกใจของคนในวงการบันเทิงไม่น้อย กับข่าวการเลิกราของคู่รักหวาน “เคลลี่ ธนะพัฒน์” กับภรรยา “นาย ชนุชตรา สุขสันต์” ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน คู่นี้ได้เข้าพิธีวิวาห์เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2561 โดยวันงานมีสินสอดทองหมั้นคือรถหรูหนึ่งคัน เงินสด ทอง รวม ๆ แล้วราว30 ล้านบาท โดยคู่นี้มีอายุห่างกันถึง 21 ปี ก่อนที่เดือนมี.ค. 2564 จะมีคนจับกลิ่นได้ว่าทั้งคู่ไม่ลงรูปคู่มานานถึง 4 เดือน อีกทั้งฝ่ายหญิงยังอันเฟรนด์เฟซบุ๊กฝ่ายชายอีกด้วย ต่อมาทางคนใกล้ชิดของหนุ่มเคลลี่ได้ยืนยันมาทางไนน์เอ็นเตอร์เทนว่าทั้งคู่ได้แยกบ้านกันอยู่มาพักใหญ่แล้วโดยทางฝ่ายชายเป็นคนที่ย้ายออกมา


ล่าสุดวันนี้ (17 มี.ค. 2564) “เคลลี่” ได้ออกมาเปิดใจถึงเรื่องราวทั้งหมดว่า เป็นเรื่องจริง กับตัวน้องนายได้แยกทางกัน เพิ่งย้ายออกจากบ้าน ระยะเวลา 3 เดือนพยายามปรับจูน แต่สุดท้ายก็ต้องถอยคนละก้าว คบกันมา 3 ปี แต่ง 2 ปี ด้วยความรัก พอใช้ชีวิตด้วยกันแล้วความคิดเห็นไม่ตรงกัน ไลฟ์สไตล์ไม่เหมือนกัน ช่องว่างระหว่างอายุ ปัญหาสะสม 3 เดือนที่ผ่านมาเราพยายามแก้ไขปัญหา แต่ไม่ลงตัว ถึงเวลาแล้วก็ถอยคนละก้าว
.
ผมทำงานหนักด้วย หลังโควิด-19 ถ่ายละคร 3 เรื่อง อยู่บ้านก็พยายามปรับกัน ไม่ใช่อยู่ดี ๆ ตัดสินใจเลิกกัน พอ 3 เดือนผ่านมาถึงเป็นข่าวว่าแยกทาง เป็นการตัดสินใจของเราทั้งคู่ มันก็หลาย ๆ เรื่อง มันสะสมมา ใจหายเหมือนกัน ส่วนเรื่องที่นายแชร์ในเฟซบุ๊ก อย่าไปใส่ใจตรงนั้น เขาชอบใช้คำที่คนชอบใช้ คำคมอะไรประมาณนี้ ผมไม่ได้ใส่ใจตรงนั้นมาก เรื่องมือที่สามไม่มีแน่นอน ทั้งสองฝั่งเลย ไม่มี ผมอยู่ในวงการมา 20 กว่าปี ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมคบคนเดียว ไม่เคยคบซ้อน ไม่เคยมีข่าวกุกกิ๊กกับใคร บอกเลยไม่มีมือที่สาม ณ วันนี้ได้ตัดสินใจเราแยกกันอยู่ เป็นพี่น้องดีกว่า เมื่อปรับจูนเข้าหาไม่ได้ในวันนี้ก็คงต้องใช้ชีวิตแบบพี่น้อง มีการได้พูดคุยกันก่อนตัดสินใจแยกทางก็มีการทานข้าวคุยกัน ผมเป็นฝ่ายชายย้ายออกมา
.
เรือนหอบ้านเป็นที่ดินของน้องเขา แต่การสร้างบ้านผมช่วยต่อเติม ไม่ได้ติดใจอะไร เราเป็นผู้ชายก็ย้ายออกมา ของไม่มีอะไรเยอะ เสื้อผ้าต่าง ๆ รองเท้า ไม่ทิ้งไว้รกเกะกะบ้าน ก็ใจหายเพิ่งย้ายออกมา มันเป็นเรื่องที่ทำใจยาก หลังออกจากเรือนหอได้คุยกับคุณแม่ ช่วงนี้น้องถ่ายละครด้วย พอคุยกับคุณแม่ ท่านก็อยากให้ผมหรือน้องนายพูดดีกว่า ซึ่งได้คุยกันตลอด ที่ผ่านมาตอนมีปัญหาก็คุยกับแม่เขาทุกวัน
.
ผมจริงจังในการใช้ชีวิตคู่ครั้งนี้ เราตัดสินใจแต่งงานอยากอยู่กับคนนี้ไปตลอดชีวิต มันก็ยาก ยังมีความทรงจำดี ๆ ทุกวันนี้ก็มี ส่วนเรื่องมูฟออน มันเพิ่งย้ายออกมา ยังไม่คิดถึงเรื่องมูฟออน การแต่งงานครั้งนี้มันยังใจหายอยู่ เราตั้งใจมากอยากมีครอบครัว ปีนี้แหละ พอเกิดเหตุการณ์นี้ก็ยากที่จะมาพูด ให้กำลังใจตัวเองก็นึกถึงแต่สิ่งดี ๆ ที่ผ่านมาด้วยกัน น้องเป็นคนน่ารัก เรื่องดีมีมากกว่าเรื่องแย่ ก็มีคนรอบข้างให้กำลังใจ ครอบครัวเขาน่ารักมาก ที่ตัดสินใจแต่งงานครั้งนี้เรารักพ่อแม่เขามาก ท่านรักผมเหมือนลูกคนนึง ผมขอบคุณที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวเขา
.
ไม่เสียดายเลย แต่เสียใจ ไม่มีอะไรน่าเสียดาย เรื่องดี ๆ มันมีเยอะ ยังเจอหน้าได้ ก่อนออกมาก็ได้คุยกัน เป็นการตัดสินใจร่วมกัน ถอยกันมาก่อน ต่างฝ่ายต่างใช้ชีวิตอยู่คนเดียวก่อน ความรักคงได้แค่พี่น้อง เรื่องจดทะเบียนสมรสเคยไปเขตจะไปจด แต่ผมถือสัญชาติอเมริกา ต้องไปสถานฑูต แต่มีเรื่องโควิด-19 เลยไม่ได้ไปสักที แต่มีความตั้งใจที่จะจด
.
เป็นห่วงน้องนายไหม? ก็เป็นห่วงหลายเรื่อง เรื่องงาน การดูแล เราได้อยู่บ้านเดียวกัน ห่างมา 3 เดือน ถึงจะนอนคนละห้องกัน เราก็ได้อยู่ใกล้ มีอะไรเราช่วยเหลือก็ช่วยได้ แต่วันนี้ได้ออกมาอยู่คนละที่แล้ว ก็คิดอยู่ตลอดเวลา มีแต่คนให้กำลังใจอันนี้ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ
.
มีเสียน้ำตาบ้างไหม? อยู่คนเดียวก็ต้องมีอะครับ ขอบคุณมากสำหรับกำลังใจทั้งสองฝ่าย การที่คนสองคนแยกทางเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ เจ็บทั้งคู่ผมไม่อยากให้คนที่ไม่รู้จักเราสองคน คิดแง่ลบ การคอมเมนต์คำพูด มันสะเทือนจิตใจ แค่นี้ก็เสียใจมากแล้ว แต่ได้กำลังใจเยอะ จากแฟน ๆ ผมก็ไม่รู้จะพูดอะไรข่าวออกมาก็มาแจ้งว่าเหตุการณ์จริง
.
การที่ผมคบกับเด็กไม่ได้คิดว่าคบคนอายุน้องเท่านั้น เรามีโอกาสเจอคนน้อย ทำงาน 7 วันติดกันหลายปี แล้วคนที่เราเจอก็เด็กกว่าเรา บ้างก็มีครอบครัวไปแล้ว ด้วยอายุการใช้ชีวิตต่างกัน ผมโตเมืองนอกด้วย มันเลยต่างกัน ไม่ได้มองเรื่องอายุเป็นหลัก เป็นปัญหาสะสมมากกว่า

.


ล่าสุด คุณแม่ของ “นาย ชนุชตรา” เปิดใจกับ ทีมข่าวไนน์เอ็นเตอร์เทนว่า ตอนนี้สภาพจิตใจก็อยู่ในช่วงทำใจ แต่ทุกอย่างก็ยังเดินต่อไป ยอมรับว่า นาย จบกับ เคลลี่ ด้วยดี ทุกวันนี้ก็ยังคุยกันเป็น พี่ น้อง เหมือนเดิม ตัวเคลลี่เองก็ยังโทรมาคุยกับแม่อยู่บ่อย ๆ ส่วนเรื่องแถลงข่าวต้องรอพูดคุยกับต้นสังกัดนายอีกครั้งว่าจะเมื่อไหร่.-ไนน์เอ็นเตอร์เทน

เข้าชม 1,627 ครั้ง
ดูข่าวเพิ่มเติม