“เสรี รุ่งสว่าง” แจงปมละเมิดลิขสิทธิ์เพลง “ครูชลธี” ฝากถึงอีกฝ่ายอายุมากแล้วควรอยู่นิ่ง ๆ

จากเหตุการณ์วันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ลูกทุ่งชื่อดัง “นายกิตติกร รุ่งสว่าง” หรือ เสรี รุ่งสว่าง วัย 66 ปี พร้อมครอบครัวและทนายส่วนตัว “สมภพ วะยาคำ” เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลพบุรี ตามหมายเรียกครั้งที่2 จากกรณีครูเพลงรุ่นเก๋าและศิลปินแห่งชาติปี 2542 “นายสมนึก ทองมา” หรือ ครู ชลธี ธารทอง วัย 83 ปี เข้าแจ้งความดำเนินคดีอาญา “เสรี รุ่งสว่าง” อดีตลูกศิษย์กว่า 40 ปี เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมปีที่แล้ว กรณีละเมิดลิขสิทธิ์เพลง 23 เพลงที่ได้แต่งไว้
.
ล่าสุดวันนี้ ( 5 มี.ค. 2564) “เสรี รุ่งสว่าง” เปิดบริษัทตั้งโต๊ะชี้แจงต่อสื่อมวลชนถึงปมปัญหาดังกล่าวว่า วันที่ 25 ก.พ. ตนเข้าไปในฐานะผู้ถูกกล่าวหาและเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ พนักงานสอบสวนยังไม่ขอกล่าวโทษ จึงกันเป็นพยานไว้ก่อน ต้องสอบสวนและนำเสนอผู้บังคับบัญชาต่อไป ตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้าด้านคดี แจง 23 เพลงที่ฟ้องตนทำถูกต้อง 20 เพลง อีก 3 เพลงไม่ได้ทำน่าจะก็อปมาจากยูทูบไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ อยากให้สังคมรับรู้ว่าไม่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ ถึงแม้ครูจะเปรียบเหมือนพ่อ แต่ธุรกิจคือธุรกิจ ซึ่งเวลาทำเพลงต้องไปขอกรมทรัพย์สินทางปัญญา ถึงจะได้เลข กท. ซึ่งตนมีครบทุกเพลง สามารถทำโสตทัศน์วัสดุได้ทุกอย่าง แต่ทำได้ 1 เวอร์ชัน (มาสเตอร์) เท่านั้น อีกทั้งยังมี “ครูประยงค์ ชื่นเย็น” ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ประจำปี พ.ศ. 2552 เซ็นเป็นพยานซื้อ-ขายลิขสิทธิ์เพลง และครูชลธีเองเซ็นกำกับไว้ทุกใบ จนถึงวันนี้ยังไม่ได้คุยกับครูโดยตรง มีเพียงนายตำรวจลูกบุญธรรมของครูติดต่อมาถามความคืบหน้า ตอนถูกแจ้งความโทรหาครูแล้วครูโบ้ยให้ไปคุยกับทนาย ไม่คิดถึงใจตนเลย การถูกเรียกค่าเสียหาย 20 ล้านบาท ไม่เคยนึกว่าวันหนึ่งจะมีเรื่องกับครูที่เรารักมากที่สุด
.
ส่วนคนที่อยู่เบื้องหลังเชื่อว่านักข่าวรู้ดีที่สุด เรื่องส่วนตัวตนไม่สามารถก้าวล่วงได้ เรื่องฟ้องกลับ ยังไม่ได้คิดไว้แต่อยากแก้ต่างในข้อกล่าวหาก่อนดีกว่า แต่เมื่อเกิดคดีมันเกิดค่าใช้จ่าย เสียชื่อเสียง ตกเป็นจำเลยของสังคมไปแล้ว
.
โดยนักร้องลูกทุ่งชื่อดังยังฝากถึงครูชลธีว่า ทำอะไรคิดให้เยอะ ๆ อายุมากแล้วควรอยู่นิ่ง ๆ สบาย ๆ ให้ลูกหลานชื่นชม จะสู้กันทำไมไม่รู้ใครจะตายก่อนกัน ถามกลับความดีผมไม่มีเลยหรือ? ฝากคนไทยให้รู้ว่านักร้องคืออาชีพอาภัพกว่าจะรอดไปดังได้ไม่กี่คน เพลงจะมีคุณค่าทันทีถ้าได้นักร้องทำผลงานโดนใจคนฟัง แต่พอเพลงมีคุณค่ากลับถูกตีกลับไปที่ครูเพลงจนกลายเป็นปัญหาฟ้องร้องกันหลายคน ทั้งที่ครูเพลงก็ได้เงินไปแล้วแต่ได้สิทธิ์ไปขายคนเดียว นักร้องเหมือนปิดทองหลังพระ ฝากให้ผู้ใหญ่บ้านเมืองพิจารณากฎหมายจะได้ไม่ซ้ำซ้อน ก่อนขายเพลงต้องได้รับการยินยอมจากทุกฝ่าย ไม่งั้นปัญหาไม่จบไม่สิ้น.-ไนน์เอ็นเตอร์เทน


เข้าชม 980 ครั้ง
ดูข่าวเพิ่มเติม