คำสัมภาษณ์หมดเปลือกฝั่ง “ซาร่า” หลังจบปัญหาสิทธิ์เลี้ยงดู “แม็กซ์เวลล์” กับ “ไมค์”

เรียกว่าจบกันไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับคดีการเรียกร้องสิทธิ์เลี้ยงดูและอำนาจการปกครอง “น้องแม็กซ์เวลล์” ลูกชายของพระเอกอินเตอร์ “ไมค์ พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล” และนางแบบ “ซาร่า คาซิงกินี” ที่ล่าสุดก็ได้ข้อสรุป โดยทางฝั่งซาร่าได้ออกมาเปิดใจหลังจบเรื่องนี้ พร้อมทนาย “ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช” ทนายความส่วนตัวของสาวซาร่า
ทนาย “ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช” ทนายความส่วนตัวของสาวซาร่า
บทสรุปของวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง
ทนายกิ่ง : “ตอนนี้ตกลงกันได้เรียบร้อยดีค่ะ โอเค”


เป็นไปตามที่แราคาดหวังไหม
ทนายกิ่ง : “มันไม่เชิงว่าฝั่งนี้มีอะไรคาดหวังหรอกค่ะ ก็ตกลงกันไปตามประเด็นแต่ละประเด็นไปค่ะ ก็ถือว่าตอนนี้ก็แบ่งหน้าที่การรับผิดชอบชัดเจนมากกว่า ตอนนี้ทุกคนก็รู้หน้าที่และรู้สิทธิของกันและกันมากกว่า”

ข้อตกลงเป็นอย่างไรบ้าง
ทนายประมาณ : “ข้อตกลงเรื่องของผู้เยาว์มันเป็นเรื่องของการใช้อำนาจปกครองกับบิดาโดยชอบด้วยกฏหมาย อันนี้เรื่องลูกก่อนนะ ฝั่งซาร่าตกลงให้ไมค์เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฏหมาย และเราขอเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตร และเขาก็ยอมให้ซาร่าเป็นผู้ใช้อพนาจปกตรองบุตรแต่เพียงผู้เดียว การใช้อำนาจปกตรองบุตรก็คือ กำหนดถิ่นที่อยู่ กำหนดสถานที่ศึกษา และจิปาถะเกี่ยวกับชีวิตของลูก และสามารถที่จะเป็นตัวแทนของลูกได้โดยลำพัง เรื่องต่อไปคือเรื่องค่าอุปการะเลี้ยงดู กับเรื่องค่าเทอม ค่าเทอมเทอมที่ผ่านมาทั้งหมดที่ครอบครัวของซาร่าเขาจ่ายไปทั้งหมดเจ็ดแสนกว่า อันนี้ต้องยกไปเพราะถือว่าครอบครัวซาร่าจ่ายไปแล้วก็ยกไป ค่าเทอมที่จะเกิดขึ้นต่อไปในวันข้างหน้าคนละครึ่ง จนถึงป.6 หลังจากที่น้องแม็กซ์โตแล้ว เริ่มมีวิธีคิดและขึ้น ม.1 แล้ว ก็ให้น้องแม็กซ์กับไมค์ปรึกษาหารือกันว่าจะเข้าเรียน ม.1ที่ไหน จนจบปริญญาตรี อันนี้ไมค์รับผิดชอบค่าเรียนให้ตกลงกับลูก โดยให้ลูกมีส่วนกำหนด ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร เมื่อเช้าที่เราพูดถึงกัน คือค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร ไมค์ก็ตกลงว่าให้ซาร่าดูแลหมดทุกอย่าง รับผิดชอบค่าใช้จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรทั้งหมดเป็นของซาร่า โดยไมค์ไม่จ่ายด้วย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ไม่ต้องจ่าย และให้ไมค์รับผิดชอบเรื่องการเจ็บป่วยของลูก ค่ารักษาพยาบาล ค่าประกันต่าง ๆ และทั้งคู่จะต้องไปดำเนินการจดทะเบียนรับรองบุตรให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน นับจากวันนี้”


ไมค์มีสิทธิ์ในการเจอลูกอย่างไรบ้าง
ทนายประมาณ : “การเจอลูก ก็ลูกอยู่ในอำนาจการปกครองของแม่ก็ต้องอนุญาตให้พ่อเยี่ยมเยียนตามสมควรนะครับ ไมค์ก็เลยขอว่าอย่างนั้นขอเป็นเดือนละ 2 ครั้ง ก็ไม่มีปัญหา แต่ด้วยความยินยอมของลูกด้วยนะ เวลาจะเยี่ยมเยียนลูกก็ต้องโดยความยินยอมของลูกก็ต้องตกลงกัน ตอนแรกไมค์บอกว่าไม่ต้องให้ลูกยินยอม ก็ว่า เห้ย..หนู พ่อมาเยี่ยมลูก ลูกไม่ยินยอมจะได้ไหมเนี่ย มันก็ต้องพ่อลูกสมัครใจยินยอมด้วยกัน”

ตอนนี้น้องแม็กซ์เวลล์อยู่ภูเก็ตเวลาไปเจอลูกต้องไปภูเก็ต
ทนายประมาณ : “ก็ควรจะไปภูเก็ต ไม่ควรจะบอกให้น้องขึ้นเครื่องบินมากรุงเทพ และแจ้งล่วงหน้าด้วยจะได้จัดเตรียม ไม่ใช่มาถึงแล้วไปรับเลย ต้องแจ้งล่วงหน้า 5 วัน”

ส่วนของซาร่าพอใจมากน้อยแค่ไหน
ซาร่า : “คือจริง ๆ แล้วมันก็เป็นเรื่องของลูกค่ะ มันก็ไม่ได้สรุปว่าใครแพ้หรือใครชนะ มันอยู่ที่ว่าเราทั้งสองคนพร้อมที่จะรับผิดชอบลูก พร้อมที่จะดูแลลูกให้ความรักกับลูกเท่าไหนกันแค่นั้นมากกว่า”
วันนี้ท่าทีเหมือนจะจบตั้งแตาช่วงเช้า ทำไมถึงมาต่อช่วงบ่าย
ทนายกิ่ง :“ช่วงบ่ายตกลงเป็นเหมือนภาพรวมใหญ่ แต่พอในรายละเอียดมันติดกันอยู่หลายจุดเหมือนกันค่ะ เหมือนตอนเช้าตกลงมาว่าเขารับผิดชอบค่าเรียนของลูกครึ่งนึงจนจบ ค่าอุปการะเลี้ยงดูเป็นของเรา ทางฝั่งเราก็ เห้ย มันโอเคหรือเปล่าเรารับผิดชอบดูแลลูกทั้งหมด เราก็เลยไม่ค่อยโอเค เลยขอกลับมาคุยช่วงบ่ายเพื่อคุยรายละเอียดเพิ่มเติมมากกว่า”
ทนายประมาณ :“ความเห็นผมผมคิดว่าบิดามารดาค่าเล่าเรียนค่าการศึกษาค่าอุปการะเลี้ยงดูลูกต้องคนละครึ่ง แล้วจะให้ผมมาสละสิทธิ์แทนแม็กผมก็ทำไม่ได้ว่าไม่เอา ไม่ติดใจพ่อแม่ ไม่ได้ พ่อแม่จะแบ่งหน้าที่กันก็ทำไป ไม่มีปัญหาแต่โดยหลักการเรื่องค่าเลี้ยงดูกับค่าเล่าเรียนมันต้องคนละครึ่ง ทีนี้พอมายกให้ฝั่งนี้ทั้งหมด เราเลยต้องใช้เวลาพิจารณาหน่อย”


สุดท้ายลงตัวแล้วเป็นยังไงบ้าง โอเคไหม พอใจไหม
ซาร่า : “มันก็เครียดอยู่แหละค่ะ เพราะว่ามันก็กลายเป็นว่าเรื่องตรงนี้เป็นเรื่องวิพากษ์วิจารณ์แล้วกระทบถึงลูก เราก็ไม่ได้แฮปปี้ตั้งแต่เรื่องมันเกิดขึ้นแต่แรก”

แต่วันนี้มันจบสิ้นแล้ว
ซาร่า : “ก็ดีที่ว่ามันจบลงด้วยดีค่ะ”

ตัวเราก็พร้อมที่จะรับผิดชอบเรื่องค่าเลี้ยงดู
ซาร่า : “ทุกอย่างมันมีลายลักษณ์อักษรแล้วค่ะ มันเป็นไปตามนั้นค่ะ”
ทนายประมาณ : “อย่าบอกว่าซาร่าคนเดียวเลยครับ ครอบครัวซาร่า พ่อแม่ซาร่าก็ช่วยกันครับ ถ้าไม่มีพ่อแม่ซาร่าลำพังซาร่าคนเดียวคงหนักไปหน่อย”

หลังจากนี้ไมค์ต้องการมาพบน้องแม็กเวลล์ต้องแจ้งกับทางซาร่าหรือทางทนาย
ทนายประมาณ : “แจ้งกับทางซาร่าโดยตรงเลยครับ”
ซาร่า : “มันเป็นเรื่องที่พ่อแม่คุยกันเองค่ะ เพราะว่าในตอนนี้คดีของในศาลพอวันนี้มันจบแล้วมันก็จบ ไม่ได้ต้องผ่านทนายเพราะทนายก็มีหน้าที่ทำในเรื่องของคดี หลังจากนี้การใช้ชีวิตมูฟออนต่อไปมันเป็นเรื่องของพ่อแม่ที่จะต้องคุยกันแล้ว”

บรรยากาศมันดีขึ้นใช่ไหม
ซาร่า : “มันไม่เหมือนกันเดิมอีกแล้วค่ะ ไมค์กับซาร่าไม่มีทางที่จะเป็นเหมือนเดิม เพราะว่าเราก็มีปัญหากันมาตั้งนานแล้วเราก็หวังว่าทุกอย่างจะกลับมาดีขึ้นแต่ ณ วันนี้มันก็ไม่ได้เหมือนเดิม”

หลังจากนี้ไปถ้าไมค์จะพาแม็กเวลล์ไปถ่ายโฆษณาหรืองานบันเทิงทางเราโอเคไหม
ซาร่า : “ทางเราไม่เคยติดเรื่องนี้ คือไม่อยากให้ทุกคนไปยึดติดถึงเรื่องเก่าเพราะเป็นเรื่องที่ทนายเขาจะต้องร่างขึ้นมาเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็ก มันไม่ได้เกี่ยวกับเราเพราะฉะนั้น ณ วันนี้ไม่ว่าจะเป็น 6 ข้อเรียกร้อง 4 ข้อเรียกร้อง หรือ 2,500 บาท คือทุกอย่างมันเป็นการเจราจาไกล่เกลี่ยมันปรับเปลี่ยนกันได้ตลอดเวลามันไม่ใช่ข้อสรุป มันไม่ได้พูดว่าฉันจะเอาแบบนั้นฉันจะเอาแบบนี้แล้วมันจะได้ คือมันจะต้องมาคุยกันให้ลงตัวว่าสิงคนนี้โอเคไหมกับเรื่องของลูก เรามองว่าเรื่องของลูกวันนี้พ่อจะแบบนี้แม่จะแบบนี้สุดท้ายผลประโยชน์มันไปอยู่ที่ลูก อยู่ที่ว่าทั้งสองฝ่ายพอใจหรือเปล่าที่ลูกจะมีชีวิตแบบนี้กินอยู่แบบนี้เรียนแบบนี้”

ในสิทธิ์ปกครองของซาร่า ไมค์มีสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นในการเลี้ยงลูกไหม
ซาร่า : “ที่ผ่านมาเขาก็มีอยู่แล้ว เพราะว่าลูกเราเป็นผู้ชาย เราต้องยอมรับว่าเราเป็นผู้หญิงเราแฮปปี้อยู่แล้วที่จะถามไถ่เขาในมุมของความเป็นผู้ชายบางเรื่องเราไม่รู้เราก็ถามเขามาตลอดซึ่งตรงนี้มันก็คงเป็นอย่างงี้ไปตลอด”

ในอนาคตซาร่ามองว่ามันจะวนกลับมาที่เดิมไหม
ซาร่า : “ตอนนี้การกีดกันมันไม่เคยเกิดขึ้น ซาร่าพูดหลายครั้งแล้ว แล้วทางฝั่งนู้นมันมีการกีดกันซึ่งไหนคือหลักฐาน ซาร่าขอหลักฐานการกีดกัน มันเป็นไปไม่ได้ไม่ว่าจะเป็นโซเชี่ยลยูทูบของคุณลุง ญาติทางฝั่งคุณพ่อ ไอจี คือคุณก็มีรูป มีการเจอวันเกิด คือมันเจอกันตลอดเพราะฉะนั้นอะไรคือการกีดกัน ทุกวันนี้ซาร่าก็ยังถามเขาอยู่ว่าอะไรคือกีดกัน ถ้าจะบอกเป็นว่าโควิดไม่ได้เจอลูก หรือตอนที่ซาร่าท้องอยู่คือโควิดประเทศปิด จังหวัดมันปิด เราเจอลูกไม่ได้แล้วคือกีดกันมันเป็นสถานการณ์ของบ้านเมืองคือไม่ใช่ความผิดเรา เพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่องที่เขาน่าจะเห็นอกเห็นใจเข้าใจกันเรา ณ โมเมนต์ที่เราท้องอยู่ด้วยซึ่งเขาก็รู้เราไม่ได้สะดวกขนาดนั้น มันเป็นเรื่องระยะเวลาที่มันสั้นมากไม่กี่เดือนจะบอกว่ากีดกันมันไม่ใช่ มันไม่ใช่ว่าเขาขอเจอลูกแล้วบอกว่าไม่ได้นะคุณห้ามเจอมันไม่ใช่แบบนั้นเราแค่บอกว่า มันไม่ว่าง เรามีปัญหาส่วนตัวคือเราท้องอยู่ หรือ เพราะติดโควิด สนามบินปิดจะไปยังไงคือมันแค่นี้เพราะฉะนั้นการกีดกันมันไม่เคยเกิดขึ้น ละเราก็ไม่ได้อยากให้มันเกิดขึ้นเพราะว่าแม็กเวลล์กับไมค์ แม็กเขารู้อยู่แล้วว่าใครคือพ่อของเขา เขาโตมากับการที่เขารู้ว่านี้คือพ่อของเขา แล้ววันนึงเราเป็นแม่เราจะไปทำร้ายความรู้สึกลูกโดยการที่ลูกไม่ต้องไปเจอพ่อทำไม พ่อเขาทำอะไรผิดเขาไม่ได้ทำไรผิด การที่พ่อและแม่ทะเลาะกันมันไม่ได้เป็นเรื่องที่เราจะต้องไปใส่ลูก พ่อกับแม่ทะเลาะกันก็เรื่องของพ่อแม่แต่ลูกเราไม่ได้ไปทะเลาะกับพ่อ เราจะไปห้ามไม่ให้เขาเจอกันเพื่ออะไร มันดีอยู่แล้วที่พ่อลูกรักกัน มันเป็นสิ่งที่เป็นลูกของเราทั้งคู่ค่ะ มันไม่ใช่ลูกของใครที่จะต้องมาตั้งแง่ว่ากีดกันห้ามเจอ มันดีด้วยซ้ำที่เขาเจอกันบ่อย ๆ”

หลังจากนี้ที่ไมค์จะได้เจอต่อเดือนกี่ครั้ง
ซาร่า : “เอาจริงที่ผ่านมาตั้งแต่เกิดเรื่อง ลูกปิดเทอมเราก็บอกเขาตลอด พอเขาไม่ว่างก็คือไม่ว่างก็แค่นั้น ทุกอย่างก็อยู่ที่ว่า ทั้งสองคนว่างตรงกันไหมแค่นั้นเอง แต่ก็โอเคมันมีลายลักษณ์อักษรที่มันระบุมาชัดเจนเพื่อที่จะกันปัญหานี้เกิดขึ้นว่าอย่างน้อยเดือนนึงสัก 2 ครั้ง เราก็ถือว่าโอเค เขาจะได้สบายใจด้วย”

อธิบายลูกยังไง
ซาร่า : “จริง ๆ ก็ต้องพูดไปตามความจริง อีกอย่างหนึ่งซาร่ามองว่าสื่อต่าง ๆ ข่าว บางทีแค่พาดหัวข่าว หรือบางทีก็อยากให้พี่ ๆ เบา ๆ เรื่องพาดเหัวข่าวนะ เพราะบางทีเนื้อเรื่องมันไม่ขนาดนั้น บางทีอ่านแค่พาดหัวข่าวก็ตัดสินไปแล้ว เราก็มองว่าแม็คเวลล์เขาโตมากับเรา เขาอยู่ในสถานการณ์จริงว่ามันเกิดอะไรขึ้น ลูกก็คงโตมากับการที่แม่ทำไมข่าวมันเป็นแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่ ณ ปัจจุบันที่เราอยู่กันแบบนี้ มันไม่ใช่แบบที่ข่าวเขียน เพราะฉะนั้นซาร่าลูกคงไม่ตัดสินเรื่องตรงนี้ตามที่ข่าวเป็น เหมือนกับเราอยู่บ้าน มีคนมาเขียนข่าวว่าเราเป็นแบบนี้ ครอบครัวเราเป็นแบบนี้ แต่ในบ้านไม่ได้เป็นแบบนี้ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องเชื่อในสิ่งที่เราเจอและเห็น ซาร่าก็เลยเชื่อว่าลูกจะต้องมีเกาะป้องกันบางอย่างที่เขารู้อยู่แลเวว่านี่แม่เขา นี่พ่อเขา ครอบครัวเราเป็นแบบนี้ ข่าวก็คือมายาค่ะ”

เชื่อว่าแม็คเวลล์มีภูมิคุ้มกัน ในอนาคตถ้าลูกถามมีคำตอบไหม
ซาร่า : “ในมุมมองในฐานะความรักเราไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต แต่ในมุมความเป็นแม่ (เสียงสั่น) ซาร่าเชื่อว่าล้านเปอร์เซ็นต์ ซาร่าไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ข่าวเขียน ซาร่าไม่ได้เป็นแม่ที่เอาลูกเป็นตัวประกัน รีดไถ หรือตั้งแง่ หรือกีดกัน คือล้านเปอร์เซ็นต์ซ่าร่าไม่ใช่แม่แบบนั้น ซ่าราเชื่อว่าแม็คเวลล์ก็รู้ว่าซาร่ารักเขามาก ซ่าราก็อยากให้เขารักพ่อเขามากเหมือนอย่างที่เขารักซาร่า เพราะฉะนั้นศาร่าเชื่อมั่นตรงนี้ว่าแม็คเวลล์จะต้องรู้ว่าที่ซ่าร่าทำในวันนี้ทุกอย่างเพื่อเขาจริง ๆ”

ความรู้สึกเหมือนอัดอั้นมานาน
ซาร่า : “มันก็เหนื่อยแหละ เหตุการณ์ตอนที่เราท้องด้วย ภาวะคนท้อง คลอดลูกได้แป๊บเดียวก็มีข่าวต่าง ๆ นานามากมาย มันก็หลายอย่างลูกเล็กก็ต้องเลี้ยง ลูกคนโตก็มีปัญหากับพ่อของเขา มันเหมือนเราก็หนักเนอะผู้หญิง แล้วหลังจากนี้ภาระที่เราจะต้องแบกค่าใช้จ่ายมันก็ค่อนข้างหนักหนาสำหรับเรา ด้วยข่าวที่มันออกไปก็มีผลกระทบกับงาน กับหน้าที่การงาน ซาร่าก็มองว่าหลังจากนี้ สิ่งที่ซาร่าจะต้องรับผิดชอบมันค่อยข้างเยอะ แต่ก็มองว่าเออเราจะต้องขยัน อดทน เหมือนเราต้องมีเวลามากกว่านี้ ทั้งที่เราต้องอุปการะดูแลลูกของเรา ทั้งที่ต้องเลี้ยงดูเขาต่าง ๆ นานา มันค่อนข้างที่รู้สึกว่าหนักเหมือนกันค่ะ ก็อยากจะขอโอกาสขอให้ทุกคนเปิดใจ เข้าใจซาร่ามากกว่านี้ แล้วก็ ณ โมเมนต์นี้เราต้องรับผิดชอบลูกมันก็เยอะ แล้วจะบอกว่าคนละครึ่ง มันก็จะไม่ใช่คนละครึ่งขนาดนั้น อุปการะก็เราทั้งหมดเลย แล้วค่าเทอมอย่างที่บอกคนละครึ่ง ซึ่งมันยังหนักสำหรับเราที่อยู่บ้านเลี้ยงลูกด้วย เราไม่ได้มีเวลาทำงานร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนกับทางฝั่งคุณพ่อ เพราะฉะนั้นศักยภาพในการหาเงินก็ต้องน้อยกว่าอยู่แล้ว ซึ่งเราก็รู้สึกว่ามันก็หนักอย่างนี้ค่ะ (ร้องไห้)”

ก่อนหน้านี้ที่เรยพูดเรื่องคุณภาพชีวิตลูก ภาระค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง อาจจะต้องยอมลดจากเป้าที่ตั้งไว้ไหม
ซาร่า : “คือจริง ๆ มันไม่เกี่ยวกับตัวจำนวนเงินว่าแพงแล้วดี ซาร่าก็มองว่าเลือกแต่ละอย่างเพราะรู้ว่าลูกสนใจอะไร เขาอยากอะไรแบบไหน ไม่ใช่ เขาอยากเรียนดนตรี เราไปเอาวิชาการมาอัด เราก็ดูความเหมาะสมเขาด้วย เราก็ต้องยอมรับว่าโรงเรียนสมัยนี้ก็ค่อนข้างราคาสูงเท่านั้นเอง เราไม่ได้ตั้งเป้าว่า โอ๊ยลูกฉันเรียน 7 แสน ต้องไปหาโรงเรียนที่ต้อง 7 แสนตลอด มันลดหย่อนกันได้ เพราะตะกี่เราคุยกับคุณพ่อเขาว่าพอเรียนถึงป.6 แล้วอยากจะไปเรียนอย่าวบดินทรเดชาหรืออยากจะไปเรียนหมอก็อาจจะมีการปรับเปลี่ยนในอนาคต เราก็แจ้งบอกพ่อเขา ไม่ใช่ว่าสูงแล้วมันต้องดี อยู่ที่ว่าอันไหนที่มันเหมาะสมกับลูกเรา สิ่งที่ลูกเรารักที่ลูกเราอยากจะเป็นมากกว่า”

แต่นับจากวันนี้เหตุการณ์แบบนี้ มันจะไม่มูฟกลับมาอีก มองว่าวันนี้จบแล้วแหละ
ซาร่า : “ซาร่ามองว่า ซาร่ามีความอดทนค่อนข้างสูง คือถ้าย้อนกลับไปตั้งแต่วันแรก ซาร่าเลือกที่จะเป็นคนฟ้องร้องเขาก่อนก็ได้ แต่ซาร่าไม่เคยทำ ซาร่่ไม่เอาศาลมาเป็นเรื่องให้มันเป็นเรื่องใหญ่โต เป็นว่าเรื่องครอบครัวมาถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม อะไรที่ซาร่าอดทนได้ซาร่าก็อดก็ยอม เพราะฉะนั้นการที่ซาร่าจะไปหาเรื่องหรือไปทะเลาะกับใครก่อนมันไม่ใช่วิสัยของซาร่าอยู่แล้ว เพราะฉะนั่นถ้าซาร่าไม่ได้ถูกกระทำ หรือไม่ได้เกิดอะไรขึ้น มันก็คงไม่เกิดอะไรขึ้น ซาร่ามองว่าที่ผ่านมา 6 ปี ซาร่ากับลูกเนี่ย ไปทำให้เขาจมดิน แบบไม่มีที่ยืนในสังคม หลังจากวันนี้ซาร่าขอให้มันเลิกแล้วต่อกัน ขอว่าซาร่าได้ชดใช้เวรกรรมทั้งหมดแล้วกัน หลังจากนี้ก็ขอให้เลิกแลเวแต่กันค่ะ”

หลังจากนี้ก็จะอยู่ภูเก็ตยาวเลยใช่ไหม
ซาร่า : “ณ ตอนนี้นะคะ จากที่คุยเมื่อกี้เขาก็โอเคที่จะให้ลูกอยู่ที่นั่นค่ะ” .-ไนน์เอ็นเตอร์เทน

เข้าชม 123,230 ครั้ง
ดูข่าวเพิ่มเติม