“มิค-เบนซ์” เล่าวินาที “น้องปราง” แพ้หนัก ขึ้นผื่น-สมองขาดออกซิเจนจนหมดสติ

ทำแฟนคลับเป็นห่วงไม่น้อย หลังจากที่คุณพ่ออารมณ์ดี “มิค บรมวุฒิ หิรัญยัษฐิติ” ออกมาเผยว่าลูกชายคนเล็ก “น้องเปรม” วัย 2 เดือน มีอาการแพ้ ซึ่งคาดว่าน่าจะแพ้ไข่กับนมวัว แต่ยังไม่รู้แน่ชัดว่าแพ้อะไรและมากน้อยแค่ไหน เช่นเดียวกับลูกสาวคนกลาง “น้องปราง” วัย 2 ขวบ ที่ก่อนหน้านี้มีอาการแพ้นมวัวขึ้นผื่นแดง อย่างครั้งล่าสุดที่แพ้เฉียบพลันจนสลบต้องรีบส่งโรงพยาบาลด่วน
.
ล่าสุดคุณพ่อมิคพร้อมภรรยา “เบนซ์ พรชิตา ณ สงขลา” ก็ได้ออกเปิดสาเหตุที่ลูกทั้ง 2 คนแพ้หนัก พร้อมเล่าวินาทีพาน้องปรางไปโรงพยาบาลหลังเกิดอาการแพ้เฉียบพลันผ่านรายการคุยแซ่บโชว์ ว่า ของน้องเปรม มีอยู่วันหนึ่งเบนซ์กินขนม ทั้งที่คุณหมอบอกว่าควรจะงดเหมือนปรางไปก่อน เพราะไม่รู้เปรมจะแพ้ไหม มีอยู่วันหนึ่งไปงานเลี้ยงเบบี้ชาวเวอร์ของวิกกี้-ชาย เหมือนกับกินช็อกโกแลตกินอะไรนิดหน่อย คืนนั้นแหละนมที่ปั๊มออกมาคือหน้าน้องเปรมเห่อเหมือนน้องปรางเลย เห่อเป็นปื้นหนา ๆ ทั้งตัว เลยคิดว่าแพ้แน่ ๆ ไม่นมวัวก็ไข่ แต่ไม่รู้แพ้อะไร ตอนนี้ก็เบนซ์งดแล้ว นม ไข่ ถั่ว แล้วก็อาหารทะเล แต่เปรมก็ยังมีผื่นอยู่ดี
.
ที่ต้องห่อตัวแบบนี้ คือเราพาน้องปรางไปโรงพยาบาลนี้ ทีนี้เรารู้แล้วว่าอาการนี้ไม่ใช่แค่เซ็ตเดิม มันจะเป็นอาการแพ้ พอหลังจากเกิดเหตุวันนั้นเราก็ไปหาคุณหมอที่โรงพยาบาลเดิม เขาก็เริ่มสกินเทสก่อน อายุ 2 เดือนเขายังไม่อยากเจาะเลือด แต่วันนั้นเขายังมีผื่นเลยยังสะกิดไม่ขึ้นว่าแพ้ไข่หรือนม แต่ตัวคอนโทรลมันขึ้นก็แปลว่าแพ้แน่นอน ต้องเจาะเลือดถึงจะรู้ว่าหนักขนาดไหน เลยไปพันตัวแบบนั้น มันคือการรักษา เริ่มจากแช่น้ำเกลือก่อน ทายา ชโลมครีมแล้วก็พันเป็นมัมมี่ เอากลับบ้าน 3 ชั่วโมงตลอดเวลาอย่าให้ผ้าแห้ง ฉีดน้ำเกลือใส่ตลอด ซึ่งตอนน้องปรางร้องไม่หยุด แต่น้องเปรมไม่งอแงเลย พอถึงบ้านถอดผ้าออกผิวใสเลย


ตอนน้องปรางเป็นหนักกว่า นั่นอีกเคสนึง อันที่สลบไปคือล่าสุด เริ่มแรกน้องปรางเป็นสะเก็ดที่หน้า มีน้ำเหลือง เลยเริ่มรู้สึกว่าอันนี้ไม่ใช่เซ็ตเดิม เราก็ไปหาหมอที่รพ.เหมือนเดิม ก็รักษาเหมือนน้องเปรม เราก็รู้วิธีดูแลน้องปรางแล้ว เจาะเลือดออกมา ไข่ไก่ นมวัว ช่วงแรกมีแป้งสาลีด้วย ถั่วลิสง อาหารทะเลที่มีกระดอง พวกปลาหมึก กุ้ง ปู คือตอนแรกเรากะไม่บอกใคร แต่สุดท้ายเราบอกมีแต่คนไดเร็กมาขอบคุณ ลูกเขาเป็นเหมือนลูกเรา แต่ไม่เคยรู้ ตามไปตรวจที่นี่ปรากฏว่าเพิ่งรู้ว่าลูกแพ้เหมือนกัน
.
จนดูแลปรางมาถึง 2 ขวบกว่า โดยที่ไม่มีปัญหา กินเฉี่ยว ๆ นิดหน่อย รู้วิธีรักษาหมดแล้ว มีวันนึง (เคสล่าสุด) เรากลับมาถึงบ้านอยู่ดี ๆ ปรางก็วิ่งมาหามิค เขาก็เริ่มงอแง แล้วก็เริ่มถกเสื้อมาเกา เราเลยถามว่าคันเหรอลูก กินยาไหม กินค่ะ (น้องปรางตอบ) ก็เลยพาไปกินยา สักพักเขาเริ่มร้องไห้ไม่หยุด ปกติเวลาที่เขาคันเขาจะงอแง คือเด็กงอแงกับเด็กทรมานไม่เหมือนกัน แต่อันนี้ผิดปกติ ปกติเขาได้ยาไปแล้วประมาณ 10 นาทีจะดีขึ้น กลายเป็นว่า 10 นาที แทนที่จะดีมันแย่ เด็กดิ้นไม่เคยเห็นเด็กดิ้น “แม่ปรางไม่ไหว ๆ ” จนต้องเอาไปโรงพยาบาล เริ่มจากตาบวม ปากบวม หูบวม มือเท้าบวม เลยโทรคุณหมอ คุณหมอบอกรีบไปรพ.ด่วน ลูกคุณกำลังจะช็อก
.
เรารีบขับไปเลย ออกจากบ้านไม่เกิน 500 เมตร อยู่ดี ๆ ปรางก็ตาเหลือกหน่อย ๆ ก็คอพับไปเลย ก่อนที่เขาจะหลับเขาหายใจสั้น ๆ หลอดลมก็คงจะบวม ใจตกลงตาตุ่มแล้วมิคก็ขับรถเร็ว มิคก็บีบแตรจนเบนซ์หันมาบอกมีสติหน่อยสิพ่อ นี่คือรีบเพราะลูกอันตรายแล้ว เบนซ์เอาผ้าเย็นชุบน้ำเย็นเช็ดตัวให้เขาหายคันตั้งแต่อยู่ที่บ้านแล้ว แต่พอขึ้นรถเบนซ์กอดเขาถูตัวไปแล้วเขาก็หายใจเฮือกแล้วก็หลับ เราต้องปลุกอย่าหลับ ใจตกลงตาตุ่มเพราะ 4 วินาทีที่เรียกเขาแล้วไม่ตอบสนอง แล้ววินาทีที่ 4 เขาสะดุ้งแล้วตื่นมาร้อง จากบ้านเบนซ์ไปรพ. แค่ 5 นาที หลับไป 3 รอบ
.
แพ้อะไร กินอะไร? ไม่ได้กินอะไรเลย วันที่ไปถึงรพ. หมอขอเจาะเลือดตรวจเลย ถ้าน้องแพ้อะไรเจาะตอนนี้ค่าต้องขึ้น สรุปไม่มีอะไรเลย ตรวจไม่เจอ ค่าทุกตัวที่เขาแพ้มันลดลง แต่มีอย่างเดียวคือวันนั้นวันที่อากาศแย่ที่สุด บ้านอยู่ดินแดงขึ้น 200 กว่า ก็เลยไม่รู้ว่าปรางเดินออกไปข้างนอกแล้วมันสะสมหรือเปล่า เพราะว่าปกติเขาแพ้อาหารเรามีวิธีแก้เราก็เคยเห็นว่าอาการเขาเป็นประมาณนี้ แต่วันนั้นฝุ่นเยอะมากจริง ๆ หรือนี่คือสาเหตุทำให้น้องปรางเป็นทั้ง 3 ระบบ คือ ผื่น หายใจ แล้วก็สมองขาดออกซิเจนสลบไป
.
แต่ปริมไม่เป็นอะไรเลย กลายเป็นว่าปรางต้องพกยาฉีดอะดรีนาลีน มันพูดยากพอตรวจไม่เจอเราไม่รู้ว่าจะเลี่ยงอะไร พอพูดว่าเป็นฝุ่นคราวนี้งานเข้าละ ตอนแรกหมอสันนิษฐานว่าเป็นมดหรือเปล่า มันอาจจะมีมดบางชนิดที่กัดแล้วพิษแรง แต่ในบ้านเราไม่มีมด เบนซ์ฉีดมดตลอดตั้งแต่มีลูก ก็เลยคิดว่าไม่น่าจะมีมด สรุปก็น่าจะเป็นฝุ่น เพราะไม่มีเม็ดอะไรที่เป็นตุ่มว่าเป็นสัตว์กัด ที่หลังปรางขึ้นเป็นตุ่มเหมือนยุงกัด 6-7 เม็ด ตอนที่เขาเริ่มงอแงหนัก แต่อันนั้นคือมาพร้อมตาบวมปากบวม ซึ่งหมอบอกอันนั้นไม่ใช่สัตว์กัด มันเป็นรีแอคชันจากข้างในที่พยายามจะรักษาตัวเอง.-ไนน์เอ็นเตอร์เทน

ข้อมูล : คุยแซ่บโชว์


เข้าชม 4,892 ครั้ง
ดูข่าวเพิ่มเติม